[EWAW] 131002 : Welcome to my place

posted on 11 Apr 2013 23:38 by wearewailing
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง Axis Powers Hetalia เป็นคอมมูที่สมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ ซึ่งคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น เล่นเพื่อความบันเทิง
 
 
 
 
อนึ่ง จขบ.ไม่เคยไปเที่ยวเมืองนี้จริงๆค่ะ เพราะงั้นข้อมูลในเอนทรี่นี้เกิดจากการศึกษาค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ทและหนังสือท่องเที่ยว หากผิดพลาดแต่ประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย 
 
คำใดที่เราไม่รู้วิธีการออกเสียงที่แน่ชัด จะเขียนภาษาอังกฤษ ไปเลยนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 
รหัสนักเรียน : 131002
ชื่อเมือง/ชื่อประเทศ : Tel aviv-Yafo / State of Israel
ชื่อมนุษย์ : Samael Dayan
 
((เผื่อจะจำหน้ากันไม่ได้ ดูคนดีเนอะ /โดนเทลต่อย))
 
 
 

โอเค ต้องทักทายกันก่อนสินะครับ ก่อนอื่นก็ต้อง "ชาโลม" มันแปลได้ว่า สวัสดี น่ะ แต่ก็แปลว่า สันติภาพ ความสงบ ได้ด้วยครับ~

 

 

 

วันที่ 1


 

ผม ซามาเอล ดายัน จิตวิญญาณแห่งเมืองเทลอาวีฟ เมืองหนึ่งในประเทศอิสราเอล ถ้ายังไม่รู้จักผมจะไปเปิดดูประวัติที่ห้องทะเบียนของโรงเรียนWAWดูก็ได้นะครับ หลังจากที่ผอ.แจกตั๋วเครื่องบินไปกลับสองชุดพร้อมกับชาวเกาะอีกหนึ่งคนก็ทำผมแอบเครียด น่าดีใจที่เขามีพาสปอร์ตที่ไม่มีวีซ่าของประเทศอาหรับหรือมุสลิมไหนๆประทับอยู่ (หัวเราะ) อันที่จริงพาสปอร์ตเขาโล่งมาก ก็แหงสิ เขาไม่เคยออกจากเกาะนี้เลยนี่นา เอาเถอะ หลังจากที่ทนนั่งเครื่องบินมาเกือบสิบชั่วโมงเราก็มาถึงน่านฟ้าอิสราเอลจนได้ ภาวนาให้ไม่มีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้น คือมันน่าหวาดเสียวกว่าที่คิดนะถึงผมจะย้ำนักย้ำหนากับนักท่องเที่ยวว่ามันไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้นในเทลอาวีฟก็เถอะ แต่อยู่บนฟ้ามันไม่แน่ไม่นอนไงครับ (อะไรกัน ผมเปล่าวิตกจริตนะ เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะกันไว้ก่อน)

 

เอาล่ะ นี่เป็นสถานที่แรกที่ผมพาเขามา แน่นอนว่ามันคือ...

 

 

 

 

....

 

 

 

.....

 

 

 

 

[http://www.panoramio.com/photo/4339988]

 

 

 

สนามบินไงครับ

 

 

 

ท่าอากาศยานเบนกูเรียน

 

 

อันที่จริงสนามบินนี้มันไม่ได้ตั้งอยู่ในเทลอาวีฟ ไม่ได้อยู่ในเขตผมด้วยซ้ำแต่ก็ระบุไม่ได้ว่าอยู่เมืองใคร แต่ก็อยู่แถวๆนั้นแหละ *หัวเราะ* เป็นอากาศยานนานาชาติหลักของประเทศอิสราเอล เรียกได้ว่าเป็นของส่วนกลางของครอบครัว(?) ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามบินที่ปลอดภัยที่สุดในโลก!! ทหารและตำรวจคุมเข้มมาก ถูกใช้มานานตั้งแต่ปี1936 ระหว่างที่อังกฤษยึดครองปาเลสไตน์ ตอนแรกเรียกสนามบินWilhelma(เป็นภาษาเยอรมัน) ก่อนจะกลายเป็นสนามบินของกองทัพอากาศช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนสุดท้ายในปี 1948 ที่เราประกาศเอกราชตั้งประเทศกันเราก็ยึดเอาสนามบินนี้มาได้ และเปลี่ยนชื่อเป็นสนามบินเบนกูเรียนตามชื่อของเดวิด เบนกูเรียน นายกรัฐมนตรีคนแรกของอิสราเอล (หลังเขาล่วงลับไปแล้วอ่ะนะ) ตกเป็นเป้าของผู้ก่อการร้ายบ้างแต่ไม่มีประวัติว่ามีการจี้เครื่องบินสำเร็จ

 

 

โอเคอย่างที่บอกไปตอนแรก เนื่องจากพาสปอร์ตของคุณเอนั้นว่างเปล่าและเกาะWก็เป็นกรรมสิทธิ์ของอเมริกา ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจึงไม่มีปัญหาอะไรนัก (ผมดีใจ) ผมแลกเงินเชคเกลให้เขา พอออกมาจากสนามบินผมก็รู้สึกชื้นใจขึ้น เฮ้อ ไม่ได้กลับบ้านมาเสียนาน ถ้าไม่ติดว่าคุณเอนั่นมองอยู่ผมคงลงไปจูบพื้น เอ้อ ล้อเล่นน่ะ ตอนนี้เป็นช่วงเช้า กับอากาศเดือนมิถุนายนที่ค่อนข้างจะร้อน.... ผมเล็งวันดีแล้วว่าจะไม่เจอวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่คนมุสลิม ยิวและคริสต์ จะผลัดกันปิดร้านไปสวดมนต์ทำเอาเมืองเงียบเหงากันไปหมด ผมนึกอยู่ว่าควรจะนำเข้าเที่ยวที่ไหนก่อนดีอันที่จริงคนที่มาเทลอาวีฟก็อยากไปเที่ยวย่านเมืองเก่าจัฟฟากันทั้งนั้น *งึมงำๆ* อ่ะ แต่เอาถือซะว่าผมก็ไปทักทายญาติผู้ใหญ่ด้วยเลยแล้วกัน

 

 

[http://www.bookingisrael.com/Attractions/Tel-Aviv/Old-Jaffa]

 

จัฟฟาเป็นย่านหนึ่งในชานเมืองทางใต้ของเมืองผม ถูกกลืนเข้ามารวมกับเทลอาวีฟในปี1950อย่างที่ได้เคยบอกไปแล้ว คือเมืองผมมันเล็กๆ เดินทางไม่นานก็ถึง...

 

คุณจัฟฟาโผล่มาทันทีที่พวกเราย่างก้าวเข้าไปในเขตของเขา(แม้ว่ามันจะเป็นของผมไปแล้วก็ตาม) ก่อนหน้านี้ผมเคยส่งเมล์ไปหาเขาแล้วว่าจะพาคนมาทัวร์บ้าน เขาเดินดุ่มๆเข้ามาทักคุณเอว่า “ศ่อบาฮัลเคร” ที่แปลว่าอรุณสวัสดิ์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักคุณเอคนเดียวนะ ไม่ได้ทักผม “กาแฟสักแก้วไหม?” เขาถามคุณเอต่อ ที่จริงผมก็ลืมไปว่าถ้ามาเที่ยวในเมืองเขา ผมก็ควรให้เขานำทัวร์

 

 

 

จัฟฟาเป็นเมืองที่ถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์ ที่ผมต้องการจะบอกก็คือเขาแก่มากกกก ปัจจุบันเขาเป็นส่วนที่มีชาวอาหรับอาศัยอยู่มากที่สุดในเมืองผม ผู้คนชอบมาดูบรรยากาศที่โบสถ์และสุเหร่าถูกตั้งเคียงกัน ผมก็ชอบนะ (เชื่อเหอะ) จัฟฟาเริ่มพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อยให้คุณเอฟัง เล่าว่าตัวเขานั้นได้ฝึกวิชาเมืองท่ามาตั้งแต่ยุคสำริด อียิปต์โบราณเคยใช้เขาส่งของ เคยถูกปู่ผม(ยูดาห์กับอิสราเอล)ยึดครองแล้วใช้เป็นแหล่งส่งออกไม้ซีดาร์ แล้วนับแต่นั้นก็ถูกมหาอำนาจในภูมิภาคเปลี่ยนมือกันปกครองตลอด ถูกรุกรานครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงตอนนี้เขาเริ่มจะดราม่า *หัวเราะ* แต่ผมก็..อ่า...เข้าใจเขาแล้วกัน อันที่จริงผมก็เป็นหนึ่งในผู้รุกรานเขานี่แหละ เราเดินไปเรื่อยจนช่วงบ่ายก็ไปซื้ออะไรกินตามทาง

 

[http://en.wikipedia.org/wiki/File:Alley_in_Jaffa.jpg]

 

เราเดินกันอยู่ในจัฟฟาจนเหนื่อย เมืองนี้ตั้งอยู่บนเนิน พวกเราก้าวเดินไปตามบันไดขรุขระ จัฟฟาพาเราไปดูหอนาฬิกาของขึ้นชื่อของที่นี่ “ถ้าเกิดนายจะนัดเพื่อนสักคนในจัฟฟา สถานที่ยอดนิยมที่สุดเห็นทีจะเป็นหอนาฬิกานี่แหละ หอพวกนี้ถูกสร้างโดยพวกออตโตมัน” นอกจากบรรยากาศเก่าๆและหอนาฬิกา ระหว่างที่เดินไป ทั้งผมและคุณเอ ก็ได้เห็นงานศิลปะแอบซ่อนอยู่ตามซอกตึกต่างๆอยู่เรื่อยๆ

 

[http://tripwow.tripadvisor.com/slideshow-photo/jaffa-clock-jaffa-israel.html?sid=10092602&fid=upload_12784047046-tpfil02aw-5511]

 

เวลาล่วงมาถึงตอนเย็น พวกเราพาคุณเอมาที่หาด มองดูคนหลายเชื้อชาติต่างศาสนาเล่นน้ำทะเลจากหาดเดียวกัน จัฟฟาปูเสื่อ นั่งลงที่ชายหาด ในตำแหน่งที่น้ำทะเลซัดถึงเท้า โดยคุณเอที่ดูคุ้นเคยกับทะเลอยู่แล้วก็ดูจะชอบเป็นพิเศษ ผมมองเสื้อลายดอกของเขาอย่างขำๆ กับเขาที่มาตัวเปล่าโดยไม่มีสัมภาระอะไรเลย แต่ผมก็พร้อมจะจัดหาอะไรให้นายคนนี้อยู่แล้ว (จะให้เสียชื่อเรอะ ผอ.อุตส่าห์ให้ตั๋วเครื่องบินกลับบ้านฟรี) จัฟฟายื่นส้มที่เป็นของขึ้นชื่อเขาเองให้คุณเอ พร้อมกับโฆษณาว่า “ส้มจัฟฟาน่ะ หวานกว่าส้มบาเลนเซียอีกนะ แล้วก็ นี่ไม่มีสารปรอทหรอก” และคุณเอนั่นดูตื่นตาตื่นใจมาก.... ว่าแต่ทำไมต้องย้ำเรื่องสารปรอท ผมไม่เข้าใจ...

 

[http://www.panoramio.com/photo/43919759]

 

คืนนี้เราได้ไปนอนพักกับครอบครัวหนึ่ง ดีจริงที่จัฟฟาไปคุยให้ ว่ากันตามตรงผมก็ไม่ได้มานอนในเขตจัฟฟานานแล้ว ครอบครัวนั้นเลี้ยงเราด้วยคิบเบห์ พร้อมกับสลัด ผมแอบหวาดเสียวว่าคุณเอจะกินอาหารแนวๆนี้ได้หรือเปล่า เขามองหน้าจัฟฟาที่ยิ้มแย้ม ส่งจานอาหารให้ แล้วทานแต่โดยดี ทั้งคนอาหรับและยิวรักที่จะเลี้ยงอาหารแก่ครอบครัวและเพื่อนบ้าน ผมก็ไม่รู้ว่าการมานั่งอยู่ของผมตรงนี้ไปสร้างความลำบากใจให้ใคร(นอกจากจัฟฟา)หรือเปล่า แต่อาหารเย็นมื้อนั้นก็ผ่านไปด้วยดี...

 

 vคิบเบห์v

 [http://www.thaifly.com/TH/guide/egypt.php#food]

 

 

จัฟฟาถามผมว่าพรุ่งนี้จะพาเจ้านี่ไปไหนต่อ ผมบอกว่าจะพาเข้าเมือง ไม่ก็ไปดูพิพิธภัณฑ์

 

เขาอวยพรให้ผม ผละไปสวดมนต์ แล้วพวกเราก็เข้านอน

 

 

 

 

 

 

วันที่2

 

 

ตามที่ผมบอกไปแล้วเมื่อวาน เราจะออกจากจัฟฟาแล้วขึ้นเหนือเข้าเมืองกัน *ฮึด!* บอกไว้ก่อนว่าถึงแม้ว่าผมกับจัฟฟาตอนนี้จะรวมเมืองกันไปแล้วแต่เราสองคนน่ะต่างกันลิบลับ! ถ้าบรรยากาศชิวๆเนิบๆเนือยๆแบบจัฟฟาน่ะหาแทบไม่ได้ในเมืองผมหรอก (ยกเว้นว่าจะเป็นวันเสาร์อ่ะนะ) แล้วคือเมืองผมค่อนข้างเล็ก เที่ยวแป๊บเดียวก็ครบแล้วล่ะครับ....

 

ละแวกที่ใกล้ๆกับจัฟฟาแล้วน่าพาคุณเอเที่ยวหน่อยก็ย่านเนเวห์ เซเดก (Neveh Tzedek) เป็นย่านแรกที่มีชาวยิวมาตั้งถิ่นฐานนอกกำแพงเมืองจัฟฟา ตอนนี้มีบรรยากาศแบบหมู่บ้านหลังเล็กๆอบอุ่นน่ารัก *ทำหน้าเคลิ้ม* ตึกระฟ้าไม่ค่อยจะมีครับ แต่ประเด็นคือค่าที่แถวนี้ค่อนข้างแพง *หันไปกระซิบคุณเอว่าถ้าคุณสนใจจะซื้อบ้านแถวนี้ผมลดราคาให้ได้นะแต่ลดได้ไม่เกิน3เปอร์เซ็น* อ่ะอ๊ะ ผมล้อเล่นน่า!

[http://www.inisrael.com/news/?p=358]

 

 

เอาล่ะ เราไปย่านต่อไปกันเถอะครับ เป็นอะไรที่ขึ้นชื่อมากจนถึงขึ้นกลายมาเป็นฉายาผมได้ ย่าน "เมืองสีขาว" ครับ เพราะในย่านนี้จะเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบเบาเฮาส์ แบบว่า ตึกขาวๆ ตึกขาวๆเต็มไปหมด น่ะครับ แบบนี้

 

แบบว่า ขาวจนยูเนสโก้ยกให้เป็นมรดกโลกเลยนะครับ!  ใครมาระเบิดพลีชีพอะไรแถวนี้ผมโกรธนะ อันที่จริงจะที่ไหนก็โกรธทั้งนั้นแหละ...

 

 

อันที่จริงเบาเฮาส์นั้นมีที่มา มันเป็นชื่อสถาบันแห่งหนึ่งในเยอรมันครับ...ช่วงประมาณก่อนสงครามโลกโดนสั่งปิดชั่วคราว ชาวยิวเยอรมันเลยอพยพหนีนาซีกันมาที่เมืองผม (เทลอาวีฟถูกก่อตั้งโดยชาวยิวยุโรปอ่ะนะ) แล้วก็เอาสิ่งที่ร่ำเรียนกันมาช่วยกันสร้างเมือง จนมันขาวไปหมดอย่างที่เห็น *ยืดอกภูมิใจ*

 

สถาปัตยกรรมแบบเบาเฮาส์มีลักษณะเฉพาะหลายอย่างครับ คือจะเน้นประโยชน์ใช้สอยมากกว่าการประดับตกแต่ง ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะแบบลูกบากศ์ เน้นเรื่องมุมฉาก บางทีก็ขอบมนๆ มีส่วนหน้าของอาคารเรียบๆ ที่บ้านพี่เยรูซาเลมกับไฮฟาก็มีนะครับแต่เมืองผมมีเยอะสุด สถาปนิกด้านนี้ที่สำคัญๆก็เช่น Arieh Sharon ไม่ใช่แอเรียล ชารอน อดีตนายกคนนั้นนะครับ! คนนี้ได้รางวัลโนเบลด้านสถาปัตย์ด้วยนะ /ความภาคภูมิใจอีกแล้วยืดๆ #ต่อยมัน

[แหล่งที่มา>> http://www.jewishvirtuallibrary.org/jsource/Society_&_Culture/Architecture/Bauhaus.html]

 

ตัวอย่างฮะ

[เข้าไปดูเพิ่มได้ที่ http://www.telaviv4fun.com/bauhaus.html]

 

แบบล้ำขึ้นมาหน่อย

[http://www.dailymail.co.uk/travel/article-1219936/Tel-Aviv-treat-How-Bauhaus-bars-beach-turned-Israels-second-city-weekend-break-heaven.html]

 

 

แล้วนี่ สุเหร่ายิว(Synagogue) เฮชาล เยฮุดาครับ แม้จะไม่ได้สร้างแบบเบาเฮาส์ซะทีเดียวแต่แบบดีไซน์เกร๋จนผมอดอวดไม่ได้น่ะ *ยิ้มยิงฟัน* เชื่อเถอะครับว่ามันเป็นสุเหร่า เชื่อเถอะ!

[http://museumchick.com/2010/09/bauhaus-in-tel-aviv-israel-white-city.html]

 

 

 

 

ถัดจากเมืองสีขาวก็พาคุณเอไปที่หาดครับ ตลอดหาดผมไปจนถึงหาดจัฟฟามันจะมีทางเดินเล่นอยู่น่ะ อันที่จริงก็มีไปเกือบทั้งประเทศแหละ บางทีมีขบวนพาเหรดอะไรก็จะมาเดินกันแถวนี้ ที่บ้านผมเรียกมันว่าทาเยเล็ท (Tayelet) ครับแต่ใครจะเรียกอย่างอื่นก็ไม่ขัดศรัทธา *หัวเราะ* อ๊ะ พอดีเลยๆ ผมลืมได้ไงเนี่ย ช่วงเดือนมิถุนายนเราจะมีการจัดพาเหรดสีรุ้งกันครับ พาเหรดเกย์นั่นแหละ ผู้คนมาเข้าร่วมกันอย่างล้นหลาม *ทำหน้าภูมิใจ* พาเหรดเกย์บ้านผมแจ่มไม่แพ้ที่ใดในโลกเลยนะจะบอกให้! ที่อิสราเอลก็จัดกันหลายเมืองครับ แต่เขาว่าเมืองผมเด็ดสุด *มองพี่น้องรอบๆที่ส่งสายตาหมันไส้มาจากที่ไกลๆ* แต่พี่เยรูซาเล็มไม่ค่อยปลื้มกับงานนี้เท่าไหร่ผมเลยจะไม่ไประรานเขาแล้วกันนะ!

ภาพบรรยากาศเกรงว่าจะติดเรทไปกูเกิ้ลกันเอาเองแล้วกันนะครับ *หัวเราะ* แต่นี่ภาพผมตอนเข้าร่วมล่ะ!

 

*จิบลิโมนานาไปด้วย* อาห์... ///v///

 

 

อ๊ะ .... แต่แว่วเสียงมาว่าคุณเอเค้ามีลูกมีเมียแล้ว? อ่าๆ งั้นผมจะไม่ทำอะไรให้ครอบครัวเขาร้าวฉานแล้วกันนะครับ...

 

เดินผ่านเสียงดนตรีที่สนุกแต่น่าปวดหู บางทีก็โยกย้ายส่ายสะโพกไปกับมันด้วย *หัวเราะ* ผมพาคุณเอฝ่าฝูงชนและธงสีรุ้งที่มีตราดาวหกแฉกออกมา นั่งรถมาทางเหนือของเมืองผม

 

 

ท่าเรือเทลอาวีฟ

 

[http://commons.wikimedia.org/wiki/File:PikiWiki_Israel_4040_Tel_Aviv_Port.JPG]

 

 

แหม่ อดีตท่าเรือหลักของอิสราเอลที่ตอนนี้กลายมาเป็นพื้นที่สาธารณะสุดอินดี้!!

 

ก็คือมันก็ไม่ใช่ท่าเรือแล้ว เปิดใช้ครั้งแรกในปี1938และปิดตัวลงในปี1965เพราะท่าเรือหลักย้ายไปอยู่ที่เมืองอัชโดด ถัดจากผมลงไปทางใต้น่ะครับ ตอนนี้มันเลยกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงแทน...พาคุณเอมากินอาหารเย็นที่นี่ดีกว่า

 

 

ผมหาโรงแรมให้เขาเช็คอินเข้าไปแต่หัวค่ำ สงสัยว่าพรุ่งนี้จะพาเขาไปเที่ยวต่อที่ไหนดี เมืองผมก็เมืองเล็กๆ ไม่ได้มีสถานที่สำคัญอย่างกำแพงร้องไห้ที่เยรูซาเลม เมืองที่พระเยซูเคยวิ่งเล่นอย่างนาซาเร็ท หรือสวนบาไฮที่ไฮฟา *ซับน้ำตาเบาๆ* แต่ก็นะ...เมืองผมมีจุดเด่นตรงที่มันไม่เคยหลับ...

 

แต่ผมก็ขี้เกียจพาเขาไปบาร์ เอ๊ย กลัวจะทำครอบครัวเขาร้าวฉานไปมากกว่านี้ จึงส่งเขาไปนอนดีๆ เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ เพราะผมก็ต้องไปวางแผนพาเขาเที่ยวต่อด้วยเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 3

 

 

 

 

อันที่จริงนี่ก็เป็นส่วนที่ผมทั้งอยากและไม่อยากพาเขาเข้ามามากที่สุด ตั้งอยู่แทบจะใจกลางตัวผม ย่านฮากีร์ยาหรือกีร์ยา ย่านหนึ่งที่ประกอบไปด้วยองค์การบริหารเขตเทลอาวีฟ และแคมป์ราบิน ที่ตั้งชื่อตามนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของอิสราเอล คนที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพพร้อมกับประธานาธิบดีชิโมน เปเรส และยัสเซอร์ อาราฟัต ผู้นำปาเลสไตน์ในขณะนั้น จากสนธิสัญญาออสโล แล้วเขาก็ถูกลอบสังหารที่จตุรัสราบิน(ตอนนั้นเรียกจตุรัสกษัตริย์แห่งอิสราเอล) โดยนักศึกษาที่ต่อต้านสนธิสัญญาออสโลนั่นแหละ ซึ่งผมจะไม่เจาะตรงนี้มากเพราะเรื่องมันย๊าวยาว คุณเอท่าทางก็จะมึนแล้ว แต่มีคลิปการลอบสังหารด้วยครับ /ยื่นสมาร์ทโฟนให้คุณเอ [จะจิ้มก็ได้นะ]

 

 

นั่นแหละ ในเมืองผมเลยมีสถานที่ที่เปลี่ยนชื่่อเพื่อรำลึกถึงเขาเยอะ ให้ตายเถอะครับ ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ อันที่จริงเราส่วนใหญ่ต่างก็ฝันถึงสันติภาพล่ะน้า....

 

 

กลับมาที่แคมป์ราบิน ที่นี่เป็นที่ตั้งของฐานกองกำลังป้องกันตัวเองแห่งอิสราเอล(IDF)แห่งแรก! เรียกได้ว่าเป็นฐานทัพทหารของชาวยิวแห่งแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่เลยทีเดียว! (เอียว...เอียว..เอียว...) ปัจจุบันนี้ก็มีทั้งสำนักงานใหญ่ของIDF กองทัพอากาศ และกองทัพเรือตั้งอยู่ด้วยนะด้วยนะ!

เครื่องแบบสีเขียวโอลีฟอันภาคภูมิใจของผม ///v/// อุตส่าห์ไปเปลี่ยนมาเลยนะนี่!!

 

 

 

 

อันนี้เป็นตึกสำนักงานใหญ่IDFครับ ชื่อว่า Matcal Tower 

 

 

[http://en.wikipedia.org/wiki/Matcal_Tower]

 

 

 

และจากตรงนี้สามารถมองไปเห็นตึกที่สูงที่สุดในเทลอาวีฟได้ ศูนย์Azrieliครับ! ตึกทรงกระบอกนั่นล่ะสูงที่สุด (เหลี่ยมๆข้างหลังตึกทั้งสามนี่ก็ตึกMatcalนั่นแหละครับ)

 

[http://www.bookingisrael.com/Attractions/Tel-Aviv/Azrieli-HaShalom-Center]

 

 

 

 

และถ้ามองไกลไปอีกสักหน่อยก็จะเห็นหอคอยโมเช่อาวีฟ...อันนั้นตึกที่สูงที่สุดในอิสราเอลแต่อยู่ที่เมืองรามัตกานครับ... น้องผม 

 

[http://www.phoenicia-ltd.com/architectural-glass-projects]

 

 

 

 

*มองด้วยสายตา....*

 

ฮ้า ล้อเล่นหรอก! ผมรักน้องจะตายไป!!!

 

 

 

 

จะว่าไปนี่มันก็จะครบสามวันสองคืนแล้ว ผมควรส่งคุณเอเค้ากลับเกาะWแล้วสินะสินะ *ยัดฟาลาเฟลกับฮัมมัสใส่มือเขาให้เอากลับไปกินเยอะๆ*

 

 

 

แต่เหมือนเมื่อวานเจ๊ดามัสกัสจะโทรมาแฮะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามีเรื่องอะไร ไว้ค่อยโทรกลับแล้วกัน

 

 

 

หวังว่าคงไม่ใช่ว่าจะให้ผมพาคุณเอไปส่งที่ชายแดนซีเรียเพราะสนามบินโดนบึ้มไปแล้วหรอกนะครับ...

 

 

 

 

 

 

FIN

 

 

 

 

 

ก่อนอื่น จขบ.อิจฉานายเอนี่มากมาย /ชี้ๆๆๆ/ผิดมาก

 

แล้วมันนน ก็ทันนน /เซิ้งงง

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ว้าวววว! จัฟฟาน่าเที่ยวจัง! เมืองเก่าแก่ในพระคัมภีร์ที่ติดชายหาดสวยงามและมีหอนาฬิกาและศิลปะออตโตมัน! นี่มันสุดยอด! 
พอเข้าสู่ย่านเมืองสีขาวนี่ก็สวยอ่า...น่าไปมากเลย!
ท่าเรือนั่นยังกะหลุดมาจากนิยาย!
เมืองของนายนี่สุดยอดเลย ซามาเอล!!
ว่าแต่ นายใส่ชุดสีเขียวโอลีฟนั่นแล้วน่ารักดีนะ 
แล้วทำไมมองน้องนายอย่างน้านนนน! 5555+

#5 By NanNy-B on 2013-07-06 14:06

กระโดดลงเล่นน้ำาาา #ผิด
สสนามบินสวยแท้; 7 ;'' /แทะสนามบิน #ห๊ะ
รอลงเพิ่มมาอ่านต่อออo w o!! ขอบคุณที่เป็นตัวอย่างมากค่าา>v<

#4 By MailJang on 2013-05-14 10:11

มาช้า พลาดไป!!!

#2 By No War's on 2013-05-14 00:11

มาช้า พลาดไป!!!

#3 By No War's on 2013-05-14 00:11

เจิมมมมมมม

#1 By IAmSecret on 2013-05-14 00:06