เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 

 

คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูน เรื่อง Axis Powers Hetalia
 
ซึ่งสมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ 
 
และทุกส่วนของคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น

 

*เลวานท์ หมายถึง ดินแดนที่ประกอบไปด้วยไซปรัส อิสราเอล จอร์แดน ปาเลสไตน์ เลบานอน ซีเรีย และภาคใต้ของตุรกี ฮะ และบางทีก็รวมอิรักและคาบสมุทรไซนายของอียิปต์ด้วย*

 

"เมืองหลวงมือใหม่หัวใจเกินร้อยขอรับ!" /เดี๋ยว 

 

/วาดไปวาดมาหน้าเหมือนเทลซะงั้น /ตบตีตัวเอง
 
รูปติดบัตร
 
 
 
  • ชื่อเมือง/รัฐ : Ramallah / رام الله / รามัลลาห์ หรือ รามัลลอฮฺ
  • ประเทศ :  รัฐปาเลสไตน์
  • ทวีป : เอเชีย
  • ชื่อมนุษย์ : ราฮีม นัสซาร์ อัล-ฟาลาสติน / Rahim Nassar Al-Falastin / رحيم نصار آل فرع فلسطين
  • อายุ : 15 ปี
  • เพศ : ชาย
  • สีผม : ดำ
  • สีตา : เขียวเข้ม
  • ส่วนสูง : 175 cm
  • น้ำหนัก : 71 kg
  • ภาษา : อาหรับ (แต่ใช้ภาษาอังกฤษได้และพอจะรู้ภาษาฮีบรู)
  • แผนการเรียน : ศิลป์

  • ลักษณะเมือง 
"กรุณาพี่น้องช่วยมองไปตรงนั้น ณ ที่ที่สามทวีป เอเชีย ยุโรปและแอฟริกามาบรรจบกันนะขอรับ...ณ ที่ตรงนั้น...ข้าพเจ้าดำรงอยู่" 
 
 
"ซูมเข้าไปอีกหน่อยขอรับ อ้า ใช่ นั่นแหละขอรับ"
 
 
 
 
รามัลลาห์ เป็นเมืองของชาวปาเลสไตน์ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของเขตเวสต์แบงค์ 10กิโลเมตรเหนือขึ้นมาจากเยรูซาเลม และอยู่ติดกับเมืองอัล-บิเรห์ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ830ถึง900เมตร ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงโดยพฤตินัยขององค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์ มีประชากรประมาณ 27,092 คน เริ่มแรกเป็นชุมชนชาวคริสต์ 

เป็นเมืองที่ไม่หวือหวาและยังเน้นด้านเกษตรกรรม แทบไม่มีตึกสูง และยังมีร่องรอยแห่งสงครามเหลืออยู่ในจุดต่างๆของเมือง

มีสภาพอากาศแบบชายฝั่งเมดิเตอเรเนียน อากาศกำลังดีและบางทีก็มีหิมะด้วย 

ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับ และส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่ก็มีกลุ่มชาวคริสต์อาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง และอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง มีงานฉลองคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับเบธเลเฮม 

 

 

บรรยากาศ

  

credit : http://www.palestineremembered.com/GeoPoints/Ramallah_8195/Picture_77224.html

 

 

 

  • ประวัติเมือง : 

 

 

รามัลลาห์เพิ่งได้มีสถานะเป็นเมืองเมื่อปี 1995 เมื่ออิสราเอลคืนเวสต์แบงค์ให้องค์การบริิหารแห่งชาติปาเลสไตน์ปกครอง

 

พื้นที่ที่เป็นรามัลลาห์ในปัจจุบันนี้ ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็พบหลักฐานว่ามีมนุษย์เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งพื้นที่ตรงนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมซีเรียด้วย ดินแดนนี้เคยตกเป็นของอียิปต์โบราณ ชาวฟิลิสเตียและพวกฮีบรู เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรยูดาห์และอิสราเอล ก่อนจะถูกอัสซีเรีย บาบิโลน เปอร์เซีย กรีกและโรมันเข้าปกครอง ในแง่ของพระคัมภีร์ ที่นี่เคยเป็นที่ยาโคปปล้ำสู้กับพระเจ้าและได้เปลี่ยนชื่อเป็นอิสราเอล หรือที่เรียกกันว่า เบธเอล และเป็นที่ที่โจเซฟ แมรี่และทารกเยซูเคยมาพักแรมขณะกำลังเดินทางไปกาลิลี สมัยนั้นพวกที่อาศัยอยู่ก็เช่นพวกลาติน อราเมียนและกรีก มีโบสถ์สำคัญถูกสร้างขึ้นมากมาย ก่อนจะถูกปกครองโดยพวกอาหรับ และช่วงสงครามครูเสด ฝรั่งเศสได้มาสร้างป้อมปราการทิ้งไว้ จนมาถึงในสมัยออตโตมัน ที่เมืองรามัลลาห์ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะเมือง

 

เรื่องชื่อของรามัลลาห์นั้น ราม ในภาษาอารมาอิคแปลว่า ที่สูงหรือภูเขา รวมกับ อัลลาห์ ที่หมายถึง พระเจ้า รวมกันจึงได้ว่า “ภูเขาของพระเจ้า” ที่ได้ชื่อนี้เพราะภูมิประเทศของรามัลลาห์อยู่บนเนินสูง และเป็นชื่อที่รู้จักกันตั้งแต่ก่อนพวกครูเสดจะเดินทางมาถึงเสียอีก โดยเมืองรามัลลาห์และอัลบิเรห์นั้น ในสมัยก่อนแทบจะแยกกันไม่ได้เลยทีเดียว

 

ต้นกำเนิดของเมืองรามัลลาห์ที่นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ถือเอานั้น คือในช่วงศตวรรษที่16มาจากการกำเนิดของหมู่บ้านหนึ่งโดยชาวอาหรับคริสเตียนตระกูล Haddadin(ภาษาอารมาอิคแปลว่าช่างตีเหล็ก)ที่อพยพมาจากทางตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนหรือก็คือประเทศจอร์แดนในปัจจุบัน พวกเขายึดเอาที่ดินแถบนั้นมาได้ด้วยทะเลาะกับเผ่าเดิมนิดหน่อย ที่หัวหน้าตระกูลเลือกที่ตรงนี้เพื่อตั้งรกรากเป็นเพราะว่าภูเขาของรามัลลาห์มีลักษณะคล้ายกับภูเขาที่บ้านเกิดตนมาก และมีป่าไม้มากมายเหมาะจะมาเป็นเชื้อเพลิงให้กับคนทำอาชีพช่างตีเหล็กอย่างพวกเขา 

 

ในปี 1596 ชื่อของรามัลลาห์ขึ้นอยู่ในทะเบียนของจักรวรรดิออตโตมัน โดยรวมอยู่ในเขตการปกครองเดียวกับซีเรียและอิรัก โดยมีประชากรชาวคริสต์ 71 หลังคาเรือน และมุสลิมอีก 9 หลังคาเรือน จ่ายภาษีด้วยผลผลิตทางเกษตรกรรม แถมขึ้นชื่อเรื่องเบียร์เสียยิ่งกว่าที่ว่าดินแดนตรงนี้เคยมีกล่าวถึงในไบเบิ้ลอีกตอนนั้น

 

ช่วงศตวรรษที่ 17-18 รามัลลาห์ที่ถูกรู้จักในนามของหมู่บ้านเกษตรกรรม ได้เจริญขึ้นมาก มีการเปิดโรงเรียนหลายแห่ง การแพทย์สมัยใหม่เข้าถึง มีต่างชาติเข้ามามากเช่นเดียวกับเบธเลเฮมเมืองข้างเคียง ซึ่งนั่นทำให้ออตโตมันไม่พอใจเท่าไหร่ (และชาวอาหรับคริสต์ก็ไม่ค่อยพอใจออตโตมันอยู่แล้ว) ชาวรามัลลาห์พื้นเมืองบางส่วนก็เริ่มอพยพไปสหรัฐอเมริกา ประชากรมุสลิมและคริสต์เริ่มจะเท่ากัน มีการสร้างโบสถ์และสุเหร่าใหม่ๆ

 

กองทัพอังกฤษยึดครองรามัลลาห์ได้ในเดือนธันวาคมปี 1917 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยยึดมาจากออตโตมันที่อ่อนกำลัง และก็ถูกปกครองเรื่อยมาจนถึงปี 1948 เศรษฐกิจของเมืองดีขึ้นมาก พวกคนรวยสร้างได้สร้างวิลลาร์อันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นในหลายๆแห่งของเมืองและสิ่งปลูกสร้างพวกนั้นก็ยังคงอยู่มาถึงทุกวันนี้ ไฟฟ้าเข้าถึงในปี 1936 โดยบริษัทไฟฟ้าในเยรูซาเลม และได้ตั้งสถานีบริการการกระจายเสียงแห่งปาเลสไตน์ขึ้นที่รามัลลาห์โดยมีต้นแบบมาจากบริษัทของอังกฤษและมีแม่ข่ายอยู่ที่เยรูซาเลม

 

ปี1948 หลังการก่อตั้งรัฐอิสราเอลและเกิดสงครามขึ้น จอร์แดนได้เข้าครอบครองพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน(รวมทั้งรามัลลาห์)และเรียกเขตนี้ว่า “เวสต์แบงค์(West bank)”พื้นที่ค่อนข้างจะสงบสุขและราบรื่นภายใต้การปกครองของจอร์แดนระหว่างปี1948ไปจนถึง1967 ชาวเมืองสุขใจกับอิสระที่สามารถเดินทางไปยังประเทศอาหรับต่างๆได้โดยเสรี กระนั้น จอร์แดนได้ผนวกเวสต์แบงค์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศตน ช่วงสงครามเย็นก็มีพรรคการเมืองที่ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ของปาเลสไตน์ถูกจับในรามัลลาห์อยู่มาก และกฎหมายที่จอร์แดนใช้กับเวสต์แบงค์ก็ค่อนข้างจะจำกัดความคิดสร้างสรรค์และสิทธิเสรีภาพของชาวปาเลสไตน์พอควร ช่วงปี 1953 ประชากรรามัลลาห์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเพราะผู้อพยพเข้า ทั้งที่เป็นผู้ลี้ภัยสงครามและชาวเมืองข้างเคียง ชาวพื้นเมืองบางส่วนอพยพออกจากเมืองอีกระลอกโดยส่วนใหญ่ไปสหรัฐอเมริกาเช่นเดิม 

 

ปี1967 เกิดสงครามหกวันที่อิสราเอลเข้ายึดครองรามัลลาห์ได้ ไม่กี่สัปดาห์หลังจากถูกยึดมีการสำรวจประชากรและมอบบัตรประจำตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีบัตรเท่านั้นจึงจะสามารถอาศัยอยู่ในเมืองต่ออย่างถูกกฎหมายได้ หากชาวเมืองคนใดอยู่นอกประเทศระหว่างการสำรวจประชากร ก็จะไม่ได้สิทธิ์ ถึงจะดูย่ำแย่กว่าตอนอยู่กับจอร์แดนแต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปีที่ชาวรามัลลาห์และผู้คนในเวสต์แบงค์จะได้คบค้าสมาคมกับคนฝั่งอิสราเอลและฉนวนกาซา (ข้าพเจ้าพยายามมองโลกในแง่ดีแล้วนะขอรับ) การปกครองของอิสราเอลต่างกับจอร์แดน เพราะอิสราเอลไม่ได้ผนวกเวสต์แบงค์ทั้งหมด และไม่ได้มอบสิทธิ์การเป็นประชากรอิสราเอลกับพลเมืองทั้งหมดเช่นกัน รามัลลาห์ถูกปกครองโดยกองทัพอิสราเอลนานถึง 4 ทศวรรษ

 

ตั้งแต่ปี 1981 ที่หน่วยงานบริหารพลเรือนของอิสราเอลถูกก่อตั้งขึ้น เรียกย่อๆว่า CA ก็มีการเก็บภาษีที่เยอะและยุ่งยากขึ้น ชาวยิวเข้ามาตั้งรกรากในรามัลลาห์มากขึ้น เช่นชุมชน Beit el และ Psagot การต่อต้านจากชาวอาหรับมีมากขึ้น ชาวรามัลลาห์หลายคนถูกจับในข้อหาเข้าร่วมกับองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ความตึงเครียดนำไปสู่การประท้วงลุกฮืออย่างรุนแรงที่เรียกว่า อินติฟาดา (Intifada)

 

ธันวาคมปี 1987 เกิด First Intifada เป็นการประท้วง จู่โจม และต่อต้าน ทหารอิสราเอลที่ประจำการอยู่ในเมือง จนปี 1991 จึงมีการเจรจาสันติภาพ และในปี 1993ผู้นำของทั้งสองชาติ(ยัสเซอร์ อาราฟัตและยิตซัค ราบิน)หันมาจับมือกัน ในเดือนธันวาคมของปี 1995 เกิดสนธิสัญญาออสโล ส่งผลให้กองทัพอิสราเอลถอนกำลังออกจากเมืองและให้ชาวปาเลสไตน์ปกครองตนเอง รามัลลาห์ก็ได้เป็นเมืองหลวงโดยพฤตินัยขององค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์(PNA)นับแต่นั้นมา

 

ช่วงระหว่างปี 1993 ถึง 2000 เรียกได้ว่าความเฟื่องฟูเริ่มกลับคืนสู่รามัลลาห์ คนที่อพยพออกไปเริ่มกลับสู่เมือง แต่แล้วหลังปี 2000 อัตราการว่างงานสูงขึ้น เศรษฐกิจหยุดชะงัก ทหารของอิสราเอลกลับมาประจำการในเมือง (นายกอิสราเอลคนเดิมที่เจรจาสันติภาพกันถูกลอบสังหารไปแล้ว) การเข้าถึงเมืองเยรูซาเลมต้องได้รับการอนุญาติพิเศษ ถนนสำหรับชาวอิสราเอลเท่านั้นตัดผ่านรามัลลาห์ พาสปอร์ตของปาเลสไตน์ใช้ไม่ได้ถ้าไม่ได้ลงทะเบียนกับอิสราเอลที่ควบคุมชายแดนอยู่ ชาวเมืองที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากการลุกฮือครั้งแรกเริ่มรวมตัวกันต่อต้าน  และการเจรจาที่ผิดพลาด ณ แคมป์เดวิด ทำให้เกิด การลุกฮือแห่งอัลอัคซอ หรือ Second Intifada ประท้วงทหารและจู่โจมชุมชนชาวยิว จนในเดือนตุลาคม ฝูงชนฆ่าทหารอิสราเอล 2 นาย ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้โดยการโจมตีทางอากาศเหนือรามัลลาห์

 

ปี 2002 รามัลลาห์ถูกปกครองโดยอิสราเอลอีกครั้ง ผู้คนมากมายอพยพออกเพราะคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ กำแพงถูกสร้างขึ้นเพื่อแบ่งแยกเวสต์แบงค์ออกจากอิสราเอล แต่ต่อมายัสเซอร์ อาราฟัต ได้ประกาศสำนักงานใหญ่ของตนที่ Mukata’a ในรามัลลาห์ รามัลลาห์ได้กลายมาเป็นศูนย์กลางการปกครองของPNAอีกครั้ง อะไรๆก็ดูประณีประนอมมากขึ้น อาราฟัตเสียชีวิตลงในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2004 ศพของเขาถูกฝังที่รามัลลาห์นั่นเอง 

 

"ที่ที่ร่างของเขาพำนักอยู่ในปัจจุบันขอรับ ขอให้เขาหลับสบาย..."

 photo 800px-Mausoleo_Arafat_Muqata_Ramallah_02_zpsd3d1db6d.jpg

credit : http://en.wikipedia.org/wiki/Mukataa

 

"บางส่วนของศิลปะบนกำแพงบ้านั่น...." 

credit : http://electronicintifada.net/content/three-cities-against-wall-ramallah-tel-aviv-new-york/479

 


ที่มา : 

http://www.ramallahpalestine.com

http://en.wikipedia.org/wiki/Ramallah

https://www.youtube.com/watch?v=I4kkz96dJzg

http://www.palestineremembered.com/index.html

http://fanack.com/countries/opt/basic-facts/cities/ramallah/

หนังสือ Israel & the Palestinian Territories  ของ lonely planet /เล่มเดียวใช้ให้คุ้ม /ผิด

นิยาย แผ่นดินของใคร สำนักพิมพ์สันสกฤต

 


  • นิสัยและอื่นๆ

 

-รักอิสระและชอบทำอะไรตามใจตนเองพอสมควร กระนั้นก็ไม่ได้เอาแต่ใจ 


-ค่อนข้างถ่อมตัวเพราะล้อมรอบไปด้วยเมืองที่อายุมากกว่า และอยู่ใกล้เมืองสำคัญอย่างเยรูซาเลมและเบธเลเฮม 

 

-เป็นคนตื่นตัว อเลิร์ทๆ แบบวัยรุ่นไฟแรง กระตือรือร้นในการทำสิ่งต่างๆแต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่มองว่าไม่จำเป็นนัก สมาธิดีด้วย อย่างการพ่นกราฟิตี้ แต่งกลอนปลุกใจ อะไรแบบนี้เป็นต้น แต่ก็มีมุมที่ใจร้อนและหุนหันพลันแล่น 

อเลิร์ทกระทั่งตำรวจจราจรจนกลายมาเป็นจุดขายของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ (ดูหนังกี่ทีมาเมืองนี้ทีไรเจอจราจรแบบนี้ตลอด กร๊าก)

 

-อัธยาศัยดีและชอบแจกจ่ายของกินตามสไตล์คนอาหรับ

 

-บางทีพูดจาแปลกๆด้วย พูดเหมือนบทปลุกระดมหรือกลอนอะไรสักอย่าง(อย่างที่เห็นตรงเกริ่นลักษณะเมือง) เพิ่งเริ่มมาเป็นในช่วงหลังๆที่ถูกอังกฤษปกครอง แต่ถ้าเอาแบบคุยจริงๆก็จะพูดจาปกติได้

 

-ชกต่อยไม่เก่งแต่ใจกล้า มีช่วงหนึ่งในชีวิตที่เป็นคนลุยๆมาก ไม่ค่อยกลัวใคร สุดท้ายเลยเจ็บตัวเป็นประจำ ตอนนี้ก็เรียบร้อยขึ้นเยอะ

 

-โกรธง่าย หายเร็ว กลับมาทำตัวเป็นปกติได้รวดเร็วอย่างน่าตกใจ 

 

-สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าเขาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีระดับนึง แอบโลกสวยด้วย แต่ขณะเดียวกันก็เก็บกดไม่เบา เนื่องจากรักอิสระ แต่ถูกคนนู้นคนนี้ปกครองมาโดยตลอด

 

-รักศิลปะ คือไม่ได้วาดรูปสวยแต่ก็รักที่จะวาด (เนื่องด้วยเมืองนี้มีพวกนักเคลื่อนไหว กวี ศิลปิน และนักดนดรีอาศัยอยู่เยอะ)

 

-หากเทียบกับเมืองอื่นๆหลายเมืองในเวสต์แบงค์(ที่อายุรุ่นพระคัมภีร์) รามัลลาห์เป็นเมืองที่อายุน้อยมาก พอกลายเป็นเมืองหลวงก็ค่อนข้างเป็นอะไรที่กดดัน แต่เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อพี่น้อง รักครอบครัวมาก

 

-เปิดรับสิ่งใหม่ๆง่ายและไม่รังเกียจชาวตะวันตก เนื่องด้วยได้ติดต่อค้าขายกันมาตั้งแต่สมัยออตโตมัน (รามัลลาห์เมื่อก่อนเป็นเมืองคริสต์ จึงไม่ค่อยชอบผู้ปกครองที่เป็นมุสลิมอย่างออตโตมันเท่าไหร่ แต่ชาวอาหรับช่วงหลังๆก็ไม่ชอบเติร์กกันหมดแล้ว) 

  

-เรื่องศาสนา เขาเป็นคริสต์ศาสนิกชนมาตั้งแต่เริ่ม แม้ในยุคหลังๆเมืองจะมีมุสลิมอพยพเข้ามาอยู่มากก็จริงแต่ก็อยู่กันอย่างปรองดอง ค่อนข้างเปิดกว้างกับคนต่างศาสนาอย่างหลากหลาย 

 
-ชอบจิบชากาแฟ จิบเป็นกิจวัตรและชอบชวนคนอื่นมาจิบด้วย จิบไปบ่นไป 

-อาหารขึ้นชื่อที่ชอบกินก็ไม่พ้นฟาลาเฟลกับชาวาร์มา

 

-อย่างที่บอก เขาชอบวาดรูป ชอบทำงานศิลปะ เลยพกกระดานติดตัวแทบจะตลอด แต่ในกระเป๋านั่นก็ไม่ได้มีแค่กระดานล่ะนะ...  ไอเทมติดตัวอีกอย่างคือกระป๋องสีสเปรย์ มักจะแอบซ่อนอยู่ในกระเป๋านั้นแหละ

 

-ตอนนี้กำลังเก็บเงินซื้อกล้องวีดิโอใหม่เพราะทำอันเก่าพังแถวๆชายแดน (?)

 

-เรื่องชื่อ ราฮีมแปลว่าผู้เปี่ยมด้วยเมตตา นัสซาร์หมายถึงยืดหยัดมั่นคง และ อัล-ฟาลาสติน นั้นหมายถึง ปาเลสไตน์ 

 

  • ความสัมพันธ์

 

เยรูซาเลม หรือ อัลกุดส์ - มองเป็นพี่ที่เคารพ ทั้งเยรูซาเลมตะวันตกและตะวันออก ช่วงวันสำคัญทางศาสนาต่างๆก็จะไปร่วมฉลองด้วยกัน ถึงบางทีพี่จะทำให้เขาไม่พอใจบ้างอะไรบ้าง

 

เมืองในเวสต์แบงค์ - ส่วนใหญ่จะเป็นพี่ ก็แบบจะเคารพรักมากๆ 

 

เมืองในฉนวนกาซา - ส่วนใหญ่ก็เป็นพี่เหมือนกันแต่จะแอบแง่งๆใส่กันเล็กน้อย แต่ในใจยังไงก็เป็นห่วงกันมากๆอยู่ดี ถ้าอยู่ที่บ้านนานๆทีจะได้เจอกัน

 

เมืองในอิสราเอล - ถ้าเป็นเมืองยุคใหม่อายุไม่ถึงสองร้อยปีส่วนใหญ่จะไม่ค่อยถูกกันนัก แม้จะพยายามดีกันอยู่ แต่ถ้าเมืองเก่าๆหน่อยส่วนมากก็จะรู้จักกันมานานและมีชาวอาหรับอยู่เยอะ ก็จะเฉยๆแม้ไม่ชอบใจเท่าไหร่ (อย่างไฮฟา นาซาเร็ท)

 

เมืองในจอร์แดน - มองเป็นพี่เหมือนกัน ในจอร์แดนมีชาวปาเลสไตน์อยู่เยอะมาก ยิ่งในเมืองหลวงอัมมานมีประชากรชาวปาเลสไตน์เยอะกว่าชาวจอร์แดนเองเสียอีก แต่ก็เคยผิดใจกันหลายครั้งอยู่

 

เมืองอาหรับอื่นๆ - ส่วนใหญ่จะดีกันและโดนเขาเอ็นดู เว้นแต่พวกที่บ้านใกล้ๆกันก็อาจจะเคยมีเรื่องผิดใจกันทำนองเดียวกับจอร์แดน

 

บ้านอเมริกา - ก็ไม่ได้เกลียดเพราะคนพื้นเมืองก็อพยพไปประเทศนี้เยอะ แต่ก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่หรอกนะ /แต่ถ้าคุณเมืองหลวงก็ว่ากันอีกที

 

บ้านอังกฤษ - อดีตผู้ปกครอง ทำให้ไม่ค่อยชอบอยู่แล้ว แต่ก็ทิ้งอะไรดีๆไว้ที่เมืองตนเยอะ เลยเห็นเป็นผู้มีพระคุณอยู่ดี(แต่ไม่ค่อยแสดงออก)

 

บ้านตุรกี - อดีตผู้ปกครองอีกคน หลังๆก็ดีกัน บางทีพวกตุรกีก็ส่งเรือมาช่วยพี่น้องที่ฉนวนกาซา

 

บ้านรัสเซีย - ยังรู้สึกขอบคุณสมัยโซเวียตที่ช่วยสนับสนุนฝ่ายอาหรับ..

 

ฯลฯ

 

 

 

ติดต่อได้ทาง ems. และ @EWAW_Rahim /ตอนนี้ขอดองทวิตไว้ก่อนนะขอรับ แล้วถ้านึกอะไรมากกว่านี้ออกก็ขอได้นะ555

 

  

(อีกรูปนึง เบธของ@seiji606  กับรามัลฯที่วาดไว้นานแล้ว ผมจะทรงประมาณนี้ กลัวสับสนกับเทล555)

 

 

ขอฝากพ่อหนุ่มประวัติดราม่าคนนี้ไว้ในอ้อมใจอีกคน เอาจริงๆเป็นคนไม่มีพิษมีภัยหรอกนะ ไม่กัด มุ้งมิ้งจนน่าใจหาย...ผิดกับอีกคนนัก

 

/ถอนสายบัวแล้วจากไป /รอดูเมืองตะวันออกกลางคนอื่นอย่างใจจดจ่อนะขอร้าบ

 

Comment

Comment:

Tweet

เราเข้ามาเพื่อแดรกลูกเก็มเท่าานั้น ---งับๆ - น่ากิน แฮ่กๆ /ไ/ปปั่น

#3 By MOSSROSS on 2013-08-13 06:49

ฟืดดดด ประวัติละเอียดอีกแล้วข่า นับถือ ;v;/กราบ 

ไว้มาโรลด้วยกันนะคะ แฮ่ ///7////)

#2 By siswrn on 2013-08-12 15:47

กรี๊ซซซซ ขอเม้นก่อนอ่านนะครับ /โดนตบ
อันที่จริงเมื่อวานก็อ่านไปแล้วล่ะเนอะ ๕๕๕๕

ชอบลายเส้นพี่จริงจังง รามัลน่ารัก ชอบนิสัย ชอบแงง /////
ตรงพูดจาแปลกๆนี่เห็นตอนโรลแล้ว..ตอนแรกแอบขรรม ขออภัยครับ (/โดนไปสองกระทง กระทงแรกขรรม กระทงสองแอบส่อง)
ถึงไม่ได้วาดสวยแต่ก็วาดด้วยใจรักสินะครับ ชอบคนแบบนี้จริงๆ (ในหลายๆความหมาย ฮาา)
..ส่วนเรื่องเก็บเงินก็สู้ๆนะครับ แฮ่กๆ /โดนตร่อยส์

ไม่รู้จะเม้นไม่รู้จะวีนอะไร(?) เริ่มไม่ออกบอกไม่ถูก ๕๕๕๕๕๕
ไว้มาโรลกันนะครับ เดี๋ยวจะส่งเบธและพี่เยไป
ยังไงก็ช่วยกดดันผมให้ปั่นของเบธด้วยนะครับไม่งั------ /โดนยิง

#1 By 西 ▪ west on 2013-08-12 10:42