[EWAW] Khaled M.

posted on 17 Aug 2013 23:29 by wearewailing
*ถอนตัวละครแล้ว*

 

คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูน เรื่อง Axis Powers Hetalia
 
ซึ่งสมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ 
 
และทุกส่วนของคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
 
 
 
(อุ่ แลดูหาเรื่องไปสินะ /ซับ เอาใหม่)
 
 
 
ภาพหน้าตรงติดบัตร
 
 

 

 

 

  • ชื่อเมือง/รัฐ : คานยูนิส 

(หมายเหตุ : น่าจะออกเสียงว่า ข่านยูนิส ก็ได้แต่ใช้คำว่า คาน ตามที่ปรากฎอยู่ในเว็บข่าวภาคไทย)

  • ประเทศ : รัฐปาเลสไตน์
  • ทวีป : เอเชีย
  • ชื่อมนุษย์ : คาเลด มูฮัมหมัด อัล-กาซาวี / Khaled Muhammad Al-Ghazzawi / خالد محمد الغزاوي
  • อายุ : 16 ปี 
  • เพศ : ชาย
  • สีผม : ดำ
  • สีตา : อำพัน (พบยากในมนุษย์แต่มักจะพบในสัตว์ ลักษณะคล้ายตาหมาป่าและเสือ)
  • ส่วนสูง : 183 cm
  • น้ำหนัก : 73 Kg
  • ภาษา : อารบิค อังกฤษและฮีบรู
  • แผนการเรียน : วิทย์

  • ลักษณะเมือง
 
ตำแหน่ง
 
 
บรรยากาศ
 
 
คานนูนิส เป็นเมืองของชาวปาเลสไตน์ ตั้งอยู่ทางใต้ของฉนวนกาซาที่มีขนาดใหญ่และมีเขตเมืองมากเป็นอันดับสองรองจากเมืองกาซาเอง ตั้งอยู่ 50 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อยู่ 10 กิโลเมตรจากชายแดนอียิปต์ และห่างจากกรุงเยรูซาเลมราว 100 กิโลเมตร ทางใต้ติดเมืองราฟาห์ ทางเหนือติดเมืองดีร์ อัลบาลาห์ มีเส้นทางรถไฟที่สามารถนั่งขึ้นไปถึงเมืองไฮฟาทางเหนือของอิสราเอลและเมืองไทร์ในประเทศเลบานอนได้เลย(ถ้าออกไปได้อ่ะนะ) มีประชากรราวสามแสนคน รวมทั้งค่ายผู้ลี้ภัยที่เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรกว่าหลายหมื่นโดยส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับมุสลิม 
 

ถึงแม้จะมีปัญหาขัดแย้งเยอะแต่คานยูนิสก็ถือว่าเป็นศูนย์กลางการค้าและตลาดของฉนวนกาซาภาคใต้ รวมทั้งมีตลาดกลางแจ้งของชาวเบดูอินที่เรียกว่า Souk มาเปิดขายทุกสัปดาห์อีกด้วย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเมืองที่มีอัตราคนว่างงานสูง
 

ด้านการท่องเที่ยวที่แทบไม่ได้รับการสนใจ ก็มีที่พักคาราวาน(Khan)ที่อียิปต์มาสร้างไว้ให้ตั้งแต่ยุคกลาง อันเป็นที่มาของชื่อเมืองที่ว่า คานยูนิส(ที่พักคาราวาน(ของ)ยูนิส)ในปัจจุบัน ป้อมปราการ นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านที่มีทิวทัศน์สวยงามและสงบที่สุดแห่งหนึ่งในฉนวนกาซา รวมทั้งมีสวนน้ำ
 
 
รูปที่พักคาราวานในคานยูนิสเมื่อปี 1930s (เครดิตเดียวกับรูปเมือง)

 


ป้อมปราการของออตโตมัน
 
 
 
สวนน้ำ
 

ภูมิอากาศเป็นแบบกึ่งแห้งแล้ง(semi-arid) อุณหภูมิของอากาศจะคล้ายคลึงกับภูมิอากาศเขตทะเลทรายแต่ก็มีฝนตกพายุเข้าบ้างเป็นบางฤดู ติดทะเลด้วย มีชายหาดประมาณ 4 กิโลเมตร ดินแดนค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำการเกษตรแม้จะอยู่ไม่ไกลจากคาบสมุทรไซนายอันแห้งแล้งของอียิปต์และทะเลทรายเนเกฟของอิสราเอล จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของฉนวนกาซา
 

คานยูนิสยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล มีห้องสมุดสาธารณะที่บรรจุหนังสือภาษาอาหรับและอื่นๆไว้กว่าหมื่นเล่ม โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรของสหประชาชาติ แม้ว่าพื้นที่อันแออัดจะไม่เอื้ออำนวยนักและมักจะตกเป็นเป้าโจมตีระหว่างสงคราม
 
 
วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งคานยูนิส
 

เมืองในฉนวนกาซาฟื้นตัวได้ช้าหลังสงคราม ส่วนใหญ่ชาติอาหรับ(เช่น อียิปต์ บาห์เรน อาหรับเอมิเรตส์)และอื่นๆจะช่วยส่งของเยียวยาอย่างอาหาร ยาและอุปกรณ์ก่อสร้างไปให้ผ่านทางชายแดนอียิปต์ ตุรกีบางทีก็ส่งเรือมาช่วย(ซึ่งก็เคยทะเลาะกับอิสราเอลใหญ่โตเพราะเรื่องนี้มาแล้ว) แล้วอันที่จริงอิสราเอลเองก็ส่งอาหารกับยาเข้าไปให้ด้วยเหมือนกัน คานยูนิสยังเป็นที่ตั้งของสาขาย่อยของสมาคมเสี้ยววงเดือนแดงแห่งปาเลสไตน์(กาชาดนั่นแหละ)ที่ดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลโดยมีทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร
 
น้ำประปา ไฟฟ้า และอินเตอร์เน็ทส่วนใหญ่ซื้อจากอิสราเอลและอียิปต์ และยิ่งช่วงหลังๆที่เกิดวิกฤตพลังงานก็ยิ่งทำให้มีไฟฟ้าใช้ไม่พอในแต่ละวัน และไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแห่งเดียวในฉนวนกาซาที่ตั้งอยู่ในเมืองกาซาส่งไฟฟ้ามาไม่ถึงเมืองคานยูนิส ทำให้ไฟฟ้าถูกตัดวันละหลายชั่วโมง
 
 
 
  • ประวัติเมือง
 
นักเขียนและนักประวัติศาสตร์บางท่านเชื่อกันว่าคานยูนิสได้สร้างทับบนเมืองโบราณที่ถูกทิ้งร้างแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Jenysus อันปรากฎอยู่ในหนังสือของเฮโรโดตัสในช่วง 500 ปีก่อนคริสตศักราชที่ได้ไปพำนัก ณ เมืองกาซา (ทางเหนือของคานยูนิส)  ถือว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดค้นพบในเมืองนี้ ซึ่งพื้นตรงนั้น เคยเป็นถิ่นฐานของชาวทะเลหรือฟิลิสไตน์มาก่อน เป็นดินแดนที่ถูกครอบครองโดยอียิปต์และอัสซีเรีย
 
ก่อนศตวรรษที่14 คานยูนิสเคยเป็นหมู่บ้านเล็กๆชื่อ ซัลกาห์ บริเวณนั้นถูกปกครองโดยจักรวรรดิมัมลูคแห่งอียิปต์ เรียกได้ว่าเป็นเด็กในสังกัดของคุณไคโรเลยก็ว่าได้(?) โดยทำเลของคานยูนิสนั้น อยู่บริเวณรอยต่อของคาบสมุทรไซนายที่แห้งแล้ง ต่อมาเมื่อมีคาราวานเดินทางผ่านเส้นทางนี้เพื่อค้าขายบ่อยขึ้น มัมลูคจึงสร้าง Khan หรือที่พักคาราวานขึ้นมา เพื่อปกป้องและให้ความสำราญแก่เหล่าคาราวาน ผู้แสวงบุญ และนักเดินทาง โดยผู้อำนวยการสร้างนั้นคือ อีมิร์ ยูนุส เป็นขุนนางระดับสูงของสุลต่านมัมลูก หมู่บ้าน และพื้นที่รอบๆ khan จึงถูกเรียกว่า คานยูนิส (แปลได้ว่า ที่พักคาราวาน(ของ)ยูนิส) นับแต่นั้น
 
ต่อมาสุลต่านบัยบัรฺได้สร้างป้อมปราการและสุเหร่าขึ้นอีกเพื่อปกป้องคณะทูตและผู้จาริกแสวงบุญที่ประสงค์จะเดินทางไปต่อไปยังนครเมกกะ และในขณะเดียวกัน ความขัดแย้งที่มีต่อจักรวรรดิออตโตมันก็เริ่มจะทวีขึ้นด้วย มัมลูคได้วางกำลังรักษาความปลอดภัยตลอดถนนจากเมืองกาซาถึงคานยูนิส
 
ในช่วงการขยายอาณาเขตของจักรวรรดิออตโตมัน คานยูนิสได้กลายเป็นสมรภูมิระหว่างมัมลูกและเติร์ก ก่อนยอมจำนนต่อกองทัพเติร์กก่อนที่จะกลายเป็นทางผ่านให้ออตโตมันบุกเข้าไซนายและครอบครองอียิปต์ในที่สุด ภายใต้การปกครองของออตโตมัน คานยูนิสถูกแบ่งไปอยู่ในเขตเดียวกับกาซา ราฟาห์ ดีร์อัลบาลาห์และหมู่บ้านอีกหลายแห่ง หลังๆ ออตโตมันหันมาให้ความสำคัญกับเมืองนี้มากขึ้น จนคานยูนิสขึ้นมาเป็นเมืองที่เจริญและเฟื่องฟูมากในเขตนั้นรองจากกาซาเลยทีเดียว ช่วงปลายมีบันทึกว่าคานยูนิสถูกนโปเลียนบุก
 
หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ปี1917 คานยูนิสก็ตกเป็นของอังกฤษดังเช่นเมืองอื่นๆในปาเลสไตน์ ในช่วงนี้เองที่ Grand mosque สุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองถูกสร้างขึ้น จนกระทั่งจบสงครามโลกครั้งที่สองที่ยูเอ็นมีมติแบ่งปาเลสไตน์ อังกฤษถอนทหารออกจากดินแดนนี้ใป1948และอิสราเอลก็ประกาศตั้งประเทศ กองทัพอียิปต์เคลื่อนพลเข้าฉนวนกาซา ตอนแรกก็ว่าจะตั้งรัฐบาลกันเองแต่ไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าที่ควรจึงถูกอียิปต์ปกครองต่อไป (คล้ายๆกับที่จอร์แดนผนวกเวสต์แบงค์) แล้วคานยูนิสก็ตกเป็นของอียิปต์ไปอีกประมาณเกือบยี่สิบปี ระหว่างนั้นอียิปต์เองก็ส่งความช่วยเหลือต่างๆรวมทั้งอาวุธเข้ามาในฉนวนกาซา ยิ่งสร้างความตึงเครียดและมีการกระทบกระทั่งกันอยู่บ่อยๆ ก่อนจะตกเป็นของอิสราเอลในปี 1967
 
(ตัดสินใจว่าช่วงนี้ใส่ >>อ่านต่อ<< ไว้ดีกว่า)
 
แต่หลังสนธิสัญญาออสโลอะไรๆก็ดูเหมือนจะดีขึ้น ปัจจุบันคานยูนิสก็กำลังพยายามฟื้นฟูตนเอง แต่เหตุกระทบกระทั่งกับทหารประเทศข้างๆก็ยังมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง จากการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ครั้งล่าสุดก็หวังว่าสิ่งต่างๆจะดีขึ้นอีก คงต้องรอดูกันต่อไป 

 
 
แหล่งข้อมูล :
 
และที่ขาดไม่ได้ ขอขอบคุณ กูเกิ้ลแปลภาษา ที่ทำให้เราเข้าถึงเว็บอาหรับได้
/ขออนุญาติใช้เป็นที่เก็บลิ้งค์เถิด /โดนสต๊าฟตบ
 
 
  • นิสัย ความสัมพันธ์ และอื่นๆ
 
- ด้วยเหตุที่เมื่อก่อนเป็นที่พักคาราวาน จึงติดนิสัยชอบบริการมานับแต่นั้น (อารมณ์แบบหนุ่มโฮสต์) ก่อนหน้าจะมาเจอปัญหาดราม่าโลกแตกแบบในยุคปัจจุบัน ก็เคยเป็นเด็กหนุ่มที่ดูร่าเริงและเป็นมิตรเอามากๆเลย รู้จักการวางตัว ชอบร้องรำทำเพลงด้วย เคยมีหนุ่มคนนึงจากเมืองเขาที่ชนะการประกวดอาหรับไอดอลมาแล้ว
 
- ทุกวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนเท่าไหร่ แต่สถานการณ์ก็ทำให้เขาดูน่ากลัวขึ้นไม่น้อยล่ะ ในสายตาคนนอกน่ะนะ
 
- ถึงแบบนั้นก็เถอะ ยิ้มง่าย
 
- ถ้ามีคนที่ไม่ใช่พวกศัตรูมา หรือ อาจเป็นฝ่ายศัตรูแต่มาดี ก็จะต้อนรับขับสู้อย่างดีไม่ให้เสียชื่ออดีต khan เลยทีเดียว
 
- ขณะเดียวกันก็เป็นคนหัวดื้อเอามากๆ หากได้ตัดสินใจอะไรไปครั้งนึงแล้วใครจะเตือนจะห้ามยังไงก็ไม่ฟังหรอก หัวแข็งและไม่ยอมใคร แม้จะยิ้มอยู่
 
- ไม่ได้ชอบความรุนแรงแต่ถ้าเขาคิดว่ามันแก้ปัญหาได้ก็จะทำ ไม่ค่อยสนกำลังตนเองเท่าไหร่ เลยมักจะเจ็บเป็นประจำ และในขณะเดียวกันก็ค่อนข้างใจอ่อนกับหลายเรื่องด้วย

- หากสามารถทำให้อริขัดใจได้จะมีความสุขมาก และยิ้มอารมณ์ดีกับยิ้มสะใจของเขาถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวก็แยกไม่ค่อยออกหรอก
 
- มองบ้านอียิปต์กับเมืองในเวสต์แบงค์เป็นพี่น้อง อียิปต์นี่ค่อนข้างจะผูกพันเพราะเคยอยู่ด้วยกันมานานรวมทั้งก่อเนื้อสร้างตัวมาได้ขนาดนี้ก็เพราะไคโรด้วย ส่วนเวสต์แบงค์ก็ประเทศเดียวกันแต่อาณาเขตไม่ติดกัน มีหลายทีครั้งขัดคอกันบ้าง จะชอบพูดจิกกัดแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกนะ (เชื่อเถอะ)
 
- มองบ้านอิสราเอลส่วนใหญ่เป็นศัตรู แค้นฝังลึกยิ่งกว่ารามัลลาห์เพราะโดนทำร้ายมาเยอะ แต่ถ้าเป็นเมืองที่มีประชากรอาหรับอยู่เยอะก็เฉยๆ แล้วถ้าเป็นเมืองเก่าๆที่เคยเป็นของอาหรับมาก่อนก็มองเป็นพี่น้องที่ห่างกันสักพักนั่นแหละ แล้วยังไงปัจจัยสี่ส่วนใหญ่ก็ได้มาจากอิสราเอล

- ส่วนบ้านตุรกี แม้ตอนที่ถูกออตโตมันปกครองแรกๆจะไม่ชอบใจนัก แต่คานยูนิสก็เจริญขึ้นมาได้ในช่วงการปกครองของออตโตมัน จึงมองว่าเป็นผู้มีพระคุณอีกคน รวมทั้งเรื่องที่ช่วงสงครามยุคหลังๆส่งเรือมาช่วยด้วย

- มองเมืองในประเทศอาหรับส่วนใหญ่เป็นเพื่อน พี่น้องและรู้สึกขอบคุณ โดยเฉพาะซีเรียและอีกที่คืออิหร่าน(ไม่ใช่อาหรับ) 
 
- บางทีก็ใส่แว่น 
 
- เข้ามาเรียนสายวิทย์ด้วยจุดมุ่งหมายบางประการ (?) //และถ้าได้อยู่ห้องเดียวกับเทลอาวีฟห้องคงแตก
 
- อนึ่ง เมื่อก่อนไว้ผมยาวและรวบไว้ จนครั้งหนึ่งในสงครามกาซาถูกฟอสฟอรัสขาว(เป็นสารเคมีที่ลักษณะคล้ายขี้ผึ้งเมื่อเจออากาศแล้วจะเกิดประกายไฟและสามารถทำปริกิริยาจนกลายเป็นกรดได้) ด้านหลังของร่างกายจึงเต็มไปด้วยแผลไฟไหม้ เขาจึงมักจะสวมฮู้ดเอาไว้ตลอดเวลา (ไม่สวมฮู้ดจะเป็นแบบนี้)

ภาพในบรรทัด 1
 
 
//นี่ตรูทำอะไรลงไปนี่// #โดนตบ
 
 
ติดต่อได้ทางทวิตเตอร์ @EWAW_Khaled แต่แบบตอนนี้กำลังดองอยู่ และ EMS. หากประสงค์จะทักมา....
 
 
เอาล่ะ ฮัดช่า หมดโควต้าแล้ว.....
 
 

Comment

Comment:

Tweet

มาเม้นนน ///////////
ไม่ว่ายังไงก็ชอบฟีลลิ่งจริงๆ คาร์แบบนี้มันโฮกฮากก /โดนตบ
พอมาอย่างนี้ก็ไม่รู้จะเม้นอะไรแฮะ *สั่ล*
จำได้เคยโรลอยู่รอบนึง จนเพิ่งมาได้อ่านประวัติเมื่อวาน อ่านรวดเดียวจนจบ /อะไร

ไวท์ฟอสฟอรัสน่ากลัว ;__; เพิ่งเคยได้ยินชื่อ ดูภาพในลิงค์ไปใจเต้นตึกตักไป(?) เจ็บมากไหมยูนิส ;__; /โดนไล่ยิง
;;;;; ไว้โรลกันนะครับ /////

#1 By 西 ▪ west on 2013-08-18 21:02