[EWAW] Welcome to my place : GOD's HILL

posted on 28 Nov 2013 13:01 by wearewailing
 
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูน เรื่อง Axis Powers Hetalia
 
ซึ่งสมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ 
 
และทุกส่วนของคอมมูและเอนทรี่นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยนช์หรือโทษของบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
No No No No DRAMA. หากท่านไม่ชอบประเด็นอ่อนไหวที่เกิดในเฮตาเลียและคอมมูนี้ กรุณาปิดเถอะค่ะ
 
 
 
 
รหัสนักเรียน  : 132003
 
 
Ramallah, West bank, Palestine
 
 
 
 
 
 
 
ยินดีต้อนรับสู่เนินเขาแห่งพระผู้เป็นเจ้า! ขอต้อนรับสู่เมืองรามัลลาห์ขอรับ!!
 
 
จะเห็นว่าพื้นที่เป็นเนินเขาเยอะมาก
 
 
ดังที่เคยได้บอกไปแล้วในประวัติน่ะนะ รามัลลาห์อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล900เมตร ตั้งอยู่บนเทือกเขาจูเดียที่ทอดผ่านเวสต์แบงค์ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเรียกข้าพเจ้าว่า "ราม" ที่แปลว่าสูง และ "อัลลาห์" ที่หมายถึงพระเจ้า เรียกรวมๆได้ว่า "รามัลลาห์" ขอรับ!
 
และด้วยเหตุที่เมื่อก่อนนี้ข้าพเจ้าเป็นเมืองคริสต์ จึงมีกลิ่นอายแบบคริสเตียนหลงเหลืออยู่ในเมืองมากทีเดียวเช่นเดียวกับอีกหลายๆเมืองในเวสต์แบงค์ ที่จริงประชากรมุสลิมในเมืองข้าพเจ้าก็เพิ่งจะมาเพิ่มขึ้นๆในยุคหลังๆนี้เองเพราะถูกพวกอิสราเอลไล่ขึ้นมาจากที่ราบ ประชากรเพิ่มสองสามเท่าทำเอาเศรษฐกิจพังครืนไปหลายทีแต่ตอนนี้ก็เริ่มจะเสถียรแล้วล่ะนา! และด้วยความที่ข้าพเจ้าอยู่ใกล้ชิดสนิทกับเบธเลเฮมและเยรูซาเลม แต่ละปีก็มีนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญเข้ามาเยี่ยมเยือนมากทีเดียว
 
พูดถึงดินแดนปาเลสไตน์ใครๆก็คงนึกถึงพวกสงครามกับระเบิดอะไรทำนองนั้นสินะ อ่า ก็ไม่ปฏิเสธขอรับ แต่เมืองข้าพเจ้าเองก็เปิดให้ต่างชาติเข้ามานานพอสมควรแล้ว(หากเทียบกันอีกหลายๆที่) เปอร์เซ็นการก่ออาชญากรรมก็ไม่สูงนัก ผู้คนแถวนี้ก็เฟรนด์ลี่ดีด้วย!
 
*พล่ามจบก็หันไปหาคุณเอ*
 
การบ้านคราวนี้คือให้พาคุณเที่ยวสินะขอรับ! เชื่อมือข้าพเจ้าได้เลย!!
 
 
 
แหะๆ อย่างที่บอกแล้วว่าเมืองข้าพเจ้ามีภูมิประเทศแบบเนินเขา เพราะงั้นก็คงได้เดินกันเหนื่อยหน่อยนะคุณเอ!!
 
 
 
 
 
DAY 1
 
 
ความจริงคือทริปของพวกเราเป็นแบบนี้... คือท่านพี่....เยรูซาเลมพาคุณเอมาลงที่สนามบินเบนกูเรียนของอิสราเอล แล้วก็ส่งต่อคุณเอให้พี่เบธเลเฮม เสร็จแล้วจึงส่งต่อมาให้ข้าพเจ้า อ่า ก็นะ จากเบธเลเฮมมารามัลลาห์ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าไกลได้ไหม แต่ก็ต้องขับรถอ้อมเขาหลายลูกเลยขอรับ
 
 
เมืองข้าพเจ้า รามัลลาห์ ประชิดอยู่กับเมืองอัลบิราห์จนแทบจะเป็นเมืองเดียวกันไปแล้ว โดยอัลบิราห์จะอยู่ทางเหนือขอรับ ข้าพเจ้าที่ใช้เส้นทางอ้อมเขานี้เลยจะเข้าเมืองมาทางเหนือก่อน
 
 
คุณพี่อัลบิราห์อายุมากกว่าข้าพเจ้าขอรับ แต่ยังไง เอ่อ ผม....ข้าพเจ้าก็เป็นเมืองหลวงของเขตน่ะนะ... แล้วพี่เขาตอนนี้ก็ดูยุ่งๆด้วย เพราะงั้นข้าพเจ้านำเที่ยวเองดีกว่า อะแฮ่ม!!
 
 
Gamal Abdel Nasser Mosque
 
 
(ป้องกันความสับสน มัสยิดเป็นคำภาษาอาหรับ ส่วนสุเหร่าเป็นภาษามลายู ใช้เฉพาะในแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้นี่ล่ะครับ ความหมายเดียวกัน)
 
ดูจากชื่อก็น่าจะพอจะทราบที่มากันแล้ว มัสยิดนี้ค่อนข้างใหม่ขอรับ! แต่ก็ใหญ่ที่สุดในเขตรามัลลาห์และอัลบิราห์! ตั้งชื่อตามประธานาธิบดีคนที่2ของอียิปต์ ท่านจามาล อับดุล นัสเซอร์ขอรับ! แม้จะเป็นชาวอียิปต์ก็จริง แต่นโยบายเกี่ยวกับชาตินิยมอาหรับของเขาก็ทำให้เขาได้รับการเคารพรับถือชื่นชมไปทั่วโลกอาหรับเลย (อ่ะ แต่แน่นอนว่าที่เกลียดๆไปเลยก็มีขอรับ)
 
 
 
 
แต่ประวัติไม่ค่อยสวยนักของมัสยิดนี้ก็มี อย่างตอนมีอินติฟาด้า(การลุกฮือของชาวปาเลสไตน์ต่อต้านการปกครองของอิสราเอล)ครั้งที่2 ในปี2002 ทหารอิสราเอลยึดมัสยิดนี้ได้แล้วใช้หอมินาเร็ทสำหรับสไนเปอร์ขอรับ... *เสียงค่อยลง* 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วข้าพเจ้าก็พาคุณเอนั่งรถต่อลงมาจนถึงจตุรัสอัลมานารา โอ พูดๆไปแล้วก็นึกถึงคราที่สมาชิกทั้งชายและหญิงฝ่ายฮามาสเดินขบวนประท้วงกลุ่มผู้ปกครองปาเลสไตน์(PA)ในเดือนกันยายนปี2007 โดนเดินจากมัสยิดจามาล อับดุล นัสเซอร์ลงมาที่จตุรัสอัลมานารานี่แหละ...
 
 
 
 
 
Al-Manara square
 
อัล-มานารา หรือที่มีความหมายว่า "ประภาคาร" ในภาษาอาหรับ (และคำว่ามานารานี้ก็เป็นที่มาของศัพท์คำว่าหอมินาเร็ทด้วยนะขอรับ) จตุรัสนี้ตั้งอยู่ตรงกลางของถนนห้าแยก มีรูปปิ้นสิงโตหินห้าตัว แสดงถึง ความกล้าหาญ พลัง และความทรนง อีกทั้งสิงโตทั้งห้านี้ ยังหมายถึง ห้าตระกูลแรกที่อพยพมาจากจอร์แดนและเข้ามาตั้งรกรากในเมืองข้าพเจ้าในศตวรรษที่16 Ibrahim, Jerias, Shqair, Hassan และ Haddad
 
ต่อมาเมื่อประชากรเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณก็มีปัญหาจราจร จากจตุรัสเลยมีการก่อสร้างปรับปรุงให้มีหน้าตา(และหน้าที่)คล้ายวงเวียนไป และต่อเติมสัญลักษณ์ของอีกสามตระกูลเข้าไป คือ Ajlouni, Hishmah และ al-Araj รวมทั้งได้เพิ่มประสิทธิภาพการส่องแสงของไฟบนยอดเสาให้สมชื่อประภาคารด้วยนะ! เห็นว่าส่องแสงได้ไกลเป็นสิบกิโลแน่ะ
 
 
 photo manara483_zpsd7ee4904.jpg
 
 
ในภายหลังจตุรัสนี้ถูกเรียกว่า จตุรัสนาฬิกา ด้วยเช่นกัน เพราะมีคนเอานาฬิกาดิจิตอลมาติดเข้าไปเพิ่มน่ะขอรับ
 
อ่า กล่าวถึงประวัติของจตุรัสกึ่งๆอนุสาวรีย์นี้ ที่นี่เองก็ได้มีส่วนรวมในการประท้วงหลายครั้งเลยทีเดียว เปื้อนเลือดมาก็ไม่น้อย...ทีเดียว
 
แล้วก็อีกเรื่องที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กของรามัลลาห์เลยล่ะขอรับ! คุณตำรวจจราจรนักเต้นผู้แอคทีฟนั่นเองขอรับ!!
 
 
 
 photo 526ba558Jxd2Yis5_zps88e427c5.png
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โอเค พ้นจากจตุรัสแล้ว เราขึ้นไปที่Mukataaต่อเลยแล้วกันนะขอรับ *หันไปบอกคุณเอแล้วขับรถไปต่อ*
 
 
 
 
 
*ผ่าง*
 
 
Mukataa
 
 
 
ถ้ารูปนี้สุสานยัสเซอร์อาราฟัตเด่นกว่าก็ขออภัยขอรับ แต่ไม่เป็นไรหรอก! ยังไงช้าพเจ้าก็ต้องพาคุณเอไปเยือนอยู่แล้วล่ะ
 
 
อ่ะฮ่า เข้าไปใกล้อีกนิด
 
 
 photo Ramallah_Muqataa_2013_zps97900539.jpg
 
*โบกมือทักทายคุณตำรวจ*
 
 
 
Mukataa เป็นภาษาอาหรับ หมายถึงศูนย์กลางการปกครองอะไรทำนองนั้นขอรับ โดยMukataaในเมืองข้าพเจ้านี้ ถูกสร้างขึ้นในระหว่างที่โดนอังกฤษปกครอง คืออังกฤษสร้างไว้เป็นป้อมนั่นแหละขอรับ พออังกฤษออกไปพวกเราก็ใช้เป็นป้อมตำรวจบ้าง คุกบ้าง แต่หน้าที่ก็คล้ายๆเดิมนั่นแหละขอรับ
 
 
ในช่วงที่อิสราเอลภายใต้การนำของแอเรียลชารอนใช้ปฏิบัติการณ์เกราะป้องกันในเดือนมีนาคมปี2002 เขตนี้ก็โดนถล่มยับเลยขอรับ และในเดือนกันยายนปีเดียวกันนั่น อิสราเอลก็กลับมาตามเก็บกวาดที่พวกมันเหลือทิ้งไว้ตอนต้นปีจนMukataaราบเป็นหน้ากลองเลย เพราะงั้นที่เห็นยังใหม่ๆอยู่นี่คือ...ก็สร้างใหม่นั่นแหละขอรับ
 
 
เอ้า จากนี้ข้าพเจ้าจะพาเข้าไปในส่วนของอนุสรณ์สถานของยัสเซอร์อาราฟัตแล้วนะขอรับ อยู่ติดกันเลย
 
 
 
 photo 14263021_zps305b5cb3.jpg
 
 
 
 photo Ramallah_Arrafat_zps31c1313e.jpeg
 
 
 
 photo 28820587_zps4b82b09d.jpg

http://www.panoramio.com/photo/28820587

 

มาถึงส่วนหลุมศพล่ะนะขอรับ เดี๋ยวจะขอเล่าประวัติท่านอดีตผู้นำของข้าพเจ้าผู้นี้ให้ฟังย่อๆดีกว่า

ยัสเซอร์ อาราฟัต เป็นผู้นำขององค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์(PLO) เป็นชาวอาหรับ ครอบครัวมาจากกาซา เกิดและร่ำเรียนในไคโร เขามีส่วนในการต่อสู้กับอิสราเอลเพื่อการกำเนิดเป็นรัฐปกครองตนเองของปาเลสไตน์เป็นอย่างมาก ชาวอาหรับส่วนใหญ่จะชอบเขาขอรับ (รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย) ในช่วงหลังๆเขาจะมีบทบาทอย่างยิ่งในการเจรจาสันติภาพกับอิสราเอลและได้รางวัลโนเบลด้วยนะ! ถึงแบบนั้นก็เถอะ...เขาเสียชีวิตลงในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2004 ระหว่างการรักษาในประเทศฝรั่งเศส ... โดยสาเหตุ ยังคงมีการโต้เถียง

 

และเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วนี่เองขอรับ ก็ได้มีการขุดศพของเขาขึ้นมาชันสูตรอีกครั้ง พวกเราส่วนมากยังเชื่อว่าอาราฟัตเสียชีวิตเพราะถูกฝ่ายอิสราเอลวางยา ก็นะขอรับ ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันต่อไป

 

http://en.wikipedia.org/wiki/Cause_of_Yasser_Arafat's_death

 

 

นี่คือภายในสุสานขอรับ

 

 photo Mausoleo_Arafat_zps41c9d47a.jpg

 
 
 
ก่อนที่อาราฟัตใกล้จะเสียชีวิต ก็มีการถกเถียงกันเยอะขอรับว่าจะฝังศพที่ไหนดี พวกเขาเลือกเยรูซาเลมเป็นอันดับแรก แต่แน่นอน ว่าแอเรียล ชารอน นายกฯของอิสราเอลในขณะนั้นยืนกรานไม่อนุญาติ จึงย้ายมาที่เมืองข้าพเจ้า ตอนนั้นพวกเขาบอกว่า นี่เป็นเพียงที่ฝังศพ "ชั่วคราว"
 
ความตายของเขานำความโศกเศร้ามาให้เรามากเลยทีเดียว
 
สิ่งก่อสร้างนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวจอร์แดนเชื้อสายปาเลสไตน์ โดยออกแบบว่าให้มีลักษณะคล้ายหินเยรูซาเลมขอรับ
 
ป้ายบนสุสานเองก็เขียนไว้ว่า "สถานที่พักสุดท้ายของอาราฟัตควรอยู่ในเยรูซาเลม หากมันอยู่ในการปกครองของชาวปาเลสไตน์"
 
*บรรยากาศมืดมนลงนิด ข้าพเจ้ายิ้มแห้งๆ* เอาเถอะขอรับ ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนั้น ตอนนี้ที่ศพของเขายังถูกฝังอยู่ที่นี่ข้าพเจ้าก็จะทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน
 
 
 
 
 
 
 
และมองไปไม่ไกลนักก็จะเห็นสิ่งก่อสร้างดีไซน์สุดเจ๋งอยู่ตรงนั้นขอรับ!
 
 photo palestinetower_zpsfed2a0a2.jpg
 
 
 
 
 
 
จากนั้นข้าพเจ้าก็พาคุณเอไปเช็คอินเข้าโรงแรมขอรับ เป็นโรงแรมห้าดาวเลยนะ! 
 
 photo 7627684540_f3d8b39145_z_zps81b77ed6.jpg
เกี่ยวกับโรงแรม - http://fesmarketing.blogspot.com/2010/11/five-star-ramallah.html
 
 
ก็เป็นโรงแรมที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่แพ้สิ่งปลูกสร้างอื่นๆหรอกขอรับ พนักงานแทบจะทั้งหมดเป็นคนท้องถิ่นด้วยนะ! ได้กลิ่นอายเวสต์แบงค์เต็มเปี่ยมไปเลยนะคุณเอ /แอบกระซิบว่าคืนหน้าข้าพเจ้าจะพาไปนอนโรงแรมเก่าแก่นะ
 
 
หมดไปแล้วกับวันแรก หวังว่าคุณเอจะชอบนะขอรับ!!
 
 
 
 
 
 
DAY 2
 
 
 
หาววว.... อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณเอ
 
วันนี้ข้าพเจ้าว่าจะพาคุณเอไปย่านเมืองเก่านะขอรับ! อยู่ประมาณทางตะวันตกของเมือง
 
อย่างที่บอกไปแล้วว่าข้าพเจ้านั้นเป็นเมืองคริสต์มาก่อน สิ่งปลูกสร้างเก่าๆก็ไม่พ้นโบสถ์
 
อ่ะ มาเริ่มที่โบสถ์ออร์ธอดอกซ์กันนะขอรับ
 
 
Orthodox Church of Ramallah
 
 photo 41148509_zps0a2d4d15.jpg
 
 
โบสถ์นี้เปิดอย่างเป็นทางการในปี1852 โดยสร้างในสถาปัตยกรรมสไตล์ไบเซนไทน์ เป็นโบสถ์ออร์ธอดอกซ์ที่ขึ้นตรงกับนิกายอิสเทิร์นออร์ธอดอกซ์ในเยรูซาเลม และก็เป็นโบสถ์ศูนย์กลางของคริสตศาสนิกชนนิกายนี้ในละแวกข้าพเจ้าเองด้วย
 
 
 
 
Church of Holy Family
 
 photo 41150259_zps1824cfdc.jpg
 
โบสถ์พระญาติศักดิ์สิทธิ์ หรืออีกชื่อหนึ่งของThe Crusader Church เป็นตำแหน่งที่ทัพครูเสดเคยมาหยุดพักแวะระหว่างสงครามศักดิ์สิทธิ์
 
 
 
 
Archangel Michael Coptic Orthodox Church
 
 photo 457px-2010-08_Ramallah_591_zps9f0dcadc.jpg
en.wikipedia.org/wiki/File:2010-08_Ramallah_59.jpg
 
 
 photo IMGP5842_zpsb3c11b85.jpg
 
 
อันนี้เป็นโบสถ์ของนิกายคอปติกออร์ธอดอกซ์ขอรับ อาจจะฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็นคริสตจักรที่อาจเรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางเลย โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ขอรับ
 
 
 
 
Roman Catholic Church of Our Lady of the Annunciation

 photo 800px-2010-08_Ramallah_07_zpsad44dcab.jpg
 
 
 
 
แล้วก็ให้คุณเอได้ดื่มด่ำกับบ้านเมืองสไตล์เก่าๆน่ะขอรับ แม้ว่าข้าพเจ้าจะอายุยังน้อย แต่บางส่วนของเองก็มีอยู่มาก่อนข้าพเจ้าจะถือกำเนิดเสียอีก *หัวเราะ*
 
 
 photo 41148500_zpscb2696d8.jpg
 
 
 
 
แล้วก็มีสถาปัตยกรรมแบบเบาเฮ้าส์ด้วยนะ!
 
 photo 41148460_zps801b4ced.jpg
 
 
 
 
แฮ่ๆ แล้วเดินมาสักพักก็จะเจอพิพิธภัณฑ์ขอรับ!
 
 
The Ramallah Museum
 
 photo 41148424_zps5a13a648.jpg
 
 
มองเผินๆเหมือนไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ใช่ไหมล่ะขอรับ ที่นี่ประกอบไปด้วยสามชั้น! มีไว้เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของปาเลสไตน์ขอรับ แต่เดิมเคยเป็นบ้านส่วนตัวมาก่อน ก่อตั้งขึ้นมาได้ด้วยเงินบริจาคของรัฐบาลเนเธอแลนด์และองค์กรยูเนสโก้ วัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาขอรับ!
 
ในนี้มีทั้งห้องจัดแสดง ห้องสมุดและห้องเลคเชอร์ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักเรียนและกลุ่มวัยรุ่น เพื่อจะได้สืบสานวัฒนธรรมเราให้อยู่ต่อไปได้ขอรับ!
 
 
 
ขากลับก็ได้ผ่านธนาคารแห่งชาติพอดี สิ่งปลูกสร้างดีไซน์เจ๋งอีกหนึ่งขอรับ
 
 
Bank of Palestine
 
 photo Bank_Of_Palestine_-_Ramallah_zps63fefd72.jpg
 
 
 
 
 
 
 
คืนนี้ข้าพเจ้าพานายเอมานอนอีกที่ขอรับ เป็นโรงแรมและรีสอร์ทเก่าแก่ที่สุดของรามัลลาห์เลย แต่ก็นะ...เพิ่งถูกสร้างมาเมื่อปี1951นี่เองล่ะขอรับ...
 
Al-hambra
 
 photo hotel2_zpscf017469.jpg
 
 
 
ไปเที่ยวชมศาสนสถานมามาก ขอให้หลับฝันดีนะคุณเอ!
 
 
 
 
DAY 3 
 
 
เอาล่ะ วันนี้ข้าพเจ้าจะพาออกไปตามแถบชานเมืองบ้างนะ
 
 
ว่าจะขับรถพาคุณเอไปชมกราฟิตี้งามๆและเจ็บจี๊ด!บนกำแพงบ้านั่นด้วย
 
 
เมืองข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ติดกำแพงโดยตรง แต่ก็ใกล้ๆกันล่ะนะ แต่ตอนคุณเอไปเบธเลเฮมก็น่าจะได้เห็นแล้วสินะ! บ้านพี่เบนจามินน่ะ กราฟิตี้เยอะกว่าข้าพเจ้าอีก *หัวเราะ*
 
 
((หากสนใจลองแวะเวียนเข้าไปดูในแกลลอรี่นี้ได้ >> http://www.pbase.com/bmcmorrow/thewall&page=all ))
 
 
 
ข้าพเจ้าจะพาคุณเอไปชมเมือง บีร์ซีท (Birzeit) ขอรับ เป็นเมืองเล็กๆ ประชากรไม่กี่พันคน แต่เป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยบีร์ซีท!! เป็นมหา'ลัยที่ขึ้นชื่อและสำคัญมากในประวัติศาสตร์ของปาเลสไตน์เลยนะ! ที่จริงก็คือลูกศิษย์ที่จบๆไปแต่ละคนก็ไปสร้างชื่อไว้มาก...อ่า มากทีเดียวขอรับ
 
 
บีร์ซีทอยู่ในเขตชานเมืองของข้าพเจ้า เลยขึ้นไปทางเหนือหน่อยน่ะนะ เป็นเมืองคริสต์ที่เก่าแก่ทีเดียว เห็นว่าอยู่มาตั้งแต่สมัยคุณทวดไบเซนไทน์แน่ะขอรับ ดีจังเลยน้า...
 
 
 
 photo birzeit_zpse2dbbf93.jpg
 
 
 
 
แล้วก็...จะพาไปดูในส่วนของมหา'ลัยขอรับ! *ฉีกยิ้มฮี่ๆ*
 
 
 
 
Birzeit University
 
 photo 300px-Birzeit_University_logosvg_zpsaf70d5ab.png
 
 
 photo 800px-Birzeit1_zps3407f7e8.jpg
 
 
 
แต่เดิมที่นี่เป็นโรงเรียนหญิงล้วนขอรับ! เพิ่งจะมาเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสหตอนประมาณปี1930 แล้วก็กลายเป็นวิทยาลัย วิชาแรกๆที่เปิดสอนคือศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่ตอนนี้ก็มีให้เลือกเรียนหลากหลายแล้วล่ะนะ!
 
 
ข้อมูลเพิ่มเติม >> http://en.wikipedia.org/wiki/Birzeit_University
 
 
นอกจากเรื่องที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแล้ว บีร์ซีทยังขึ้นชื่อเรื่องมะกอกด้วยนะ! เพราะชื่อบีร์ซีทเองก็มีความหมายว่า "บ่อน้ำมัน" อยู่แล้ว หมายถึงน้ำมันมะกอกน่ะนะขอรับ
 
 
ระหว่างทางไปสถานที่ต่อไป ข้าพเจ้าเลยหาร้านอาหารเพื่อทานอาหารกลางวันกัน เอาเมนูแบบที่ใช้น้ำมันมะกอกเยอะๆด้วยขอรับ! อ่า แต่คืออาหารแถบนี้ก็ใช้น้ำมันมะกอกกันเป็นว่าเล่นอยู่แล้วล่ะนะ...งั้นเอาเป็นว่าหาอะไรเจอก็ทานแล้วกันนะขอรับ!
 
 
Musakhan
 
 photo Chicken1-1024x619_zps2f281166.jpg
 
ไก่อบกับหัวหอม ซูมัค ออลสไปซ์ และหญ้าฝรั่นขอรับ!! /และแน่นอนใส่น้ำมันมะกอก
 
ไม่รู้คุณเอจะชอบไหมนะ แต่ข้าพเจ้าชอบมากๆ เพราะงั้นก็ชอบเถอะขอรับ
 
 
 
 
 
แหะๆ ต่อมา ก็นั่งรถกันไปอีกสักเกือบ10กิโล เพื่อไปดูของขึ้นชื่ออีกอย่าง...
 
อยู่ที่นี่กฏโรงเรียนไม่มีผลสินะขอรับ ดีเลย...ดีมาก!
 
ข้าพเจ้าพาคุณเอมาที่อีกเมืองเล็กๆในแถบชานเมืองของข้าพเจ้า อยู่ถัดไปทางตะวันออก เพราะงั้นโปรดนึกภาพการเดินทางครั้งนี้เป็นแบบสามเหลี่ยมนะขอรับ!
 
 
 
Taybeh
 
 photo 800px-2010-08_Taybeh_05_zps72e3e02a.jpg
 
เป็นอีกเมืองเล็กๆที่มีประชากรพันกว่าคนขอรับ แล้วก็อยู่มานานกว่าข้าพเจ้าอีกเช่นเคย...
 
ในศตวรรษที่ 5 มีการสร้างโบสถ์ขึ้นที่เมืองนี้ขอรับ โบสถ์นักบุญจอร์จ แต่ปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นโบสถ์ร้างไปแล้ว ก็เป็นโบสถ์โบราณอีกแห่งล่ะ เพราะในเมืองนี้ก็ยังมีโบสถ์อื่นอีกเยอะทีเดียว
 
 photo 800px-2010-08_Taybeh_20_zps3d86fc35.jpg
 
 
 
อะฮ่า แต่ของขึ้นชื่อที่ข้าพเจ้าว่าหมายถึงนี่ต่างหาก โรงกลั่นเบียร์เทย์เบห์!!
 
 
 
Taybeh Brewey
 
 photo 691px-2010-08_Taybeh_01_zpsa21a6f11.jpg
 
 
โรงกลั่นเบียร์นี้เริ่มกิจการตั้งแต่ช่วงกลางของปี1990s ประมาณตอนที่เซ็นสนธิสัญญาออสโลพอดี ผู้ก่อตั้งเป็นนักศึกษาชาวปาเลสไตน์ที่ไปร่ำเรียนเกี่ยวกับการกลั่นเบียร์มาจากแคลิฟอร์เนียเลยนะ ถึงจะเป็นโรงเบียร์เล็กๆแต่ก็ได้ส่งออกไปขายถึงต้นตำรับเบียร์อย่างเยอรมันเลยล่ะ
 
 
*แพ็คใส่ห่อให้คุณเอกลับไปกรึ้บที่บ้าน* อย่างที่บอกขอรับว่ามีส่งออก ไม่ต้องมาถึงปาเลสไตน์ก็หาซื้อได้ขอรับ!
 
 photo 800px-5D105D905E805D40_5D805D905D905D105D40_zpscac0ef78.jpg
 
 
แล้วนอกจากนี้การดำเนินกิจการของโรงกลั่นเบียร์เทย์เบห์นี่ยังทำให้มีเทศกาลเบียร์จัดขึ้นในเมืองนี้ทุกๆเดือนตุลาคมอีกด้วย และแต่ละปีก็มีคนมาเข้าร่วมเป็นหมื่นเลยนะ!! ทั้งคนปาเลสไตน์จากหมู่บ้านข้างเคียง คนอิสราเอล นักการเมือง นักข่าว มากมายก่ายกอง แต่เพราะเมืองนี้เป็นเมืองคริสต์เก่าแก่โบราณเลยโดนพวกผู้ใหญ่ด่าเละเลยน่ะสิขอรับ เลยโดนขอร้องให้มาจัดต่อที่โรงแรมในเมืองข้าพเจ้าแทน
 
 
"ดื่มเบียร์สักแก้ว ซื้อน้ำผึ้งพื้นเมืองสักเหยือกหรือน้ำมันมะกอกสักขวด กินฟาลาเฟลและร้องรำทำเพลง - และเพื่อมองดูว่าพวกเราทุกคนก็คือคนปกติธรรมดานั่นแหละ กระหายในความมีชีวิตชีวาและเสรีภาพ และพวกเราสมควรจะได้ใช้ชีวิตเช่นเดียวกับผู้คนอื่นๆในโลก" Khoury ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์และคิดค้นเทศกาลเบียร์กล่าวไว้ขอรับ
 
 
 
 
 
 
 
อ่า นี่ก็จบทริปของข้าพเจ้าแล้วล่ะนะขอรับ
 
ถึงเวลาต้องบอกลาคุณเอแล้วสิ
 
ข้าพเจ้าพาเขาไปส่งที่ชายแดนเมืองเยรูซาเลมกับเวสต์แบงค์แล้วโบกมือลา เพื่อที่เขาจะได้ขึ้นสนามบินเดิม กลับไป
 
ถ้ามีโอกาสคงได้พบกันอีกขอรับ มาอัสซาลาม!!
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (101.255.52.18|178.63.0.194, 101.255.52.18) on 2014-09-14 20:25