[EWAW] Riaz al Harbia

posted on 24 Apr 2014 17:38 by wearewailing

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ 

 

 

ขออภัยในความเผาก่ะ--

 

 

ชื่อเมือง : ริยาด / Riyadh


ประเทศ : ซาอุดิอารเบีย / Saudi Arabia


ทวีป : เอเชีย


ชื่อมนุษย์ : ริอาซ อัล ฮาร์เบีย / Riaz al-Harbia


อายุ : 16 ปี


เพศ : ชาย


สีผม : ดำ


สีตา : น้ำตาล


ส่วนสูง : 175 cm


น้ำหนัก : 65 kg


ภาษา : อาหรับ


แผนการเรียน : วิทย์

 
 

ลักษณะเมือง :

 

ริยาด เป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรซาอุดิอารเบีย และเป็นเมืองเอกของจังหวัดริยาด อยู่ตอนกลางของประเทศและอยู่ใจกลางของคาบสมุทรอาหรับ มีประชากร 5.2 ล้านคน ผังเมืองเป็นตารางสี่เหลี่ยมจตุรัส มีมหาวิทยาลัยเจ้าหญิงโนรา บินท์ อับดุลราห์มาน มหาวิทยาลัยสตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ริยาดถูกออกแบบมาเพื่อเป็น Global city เมืองที่พยายามผลักดันตัวเองให้เป็นจุดสำคัญบนเวทีโลก เป็นจุดเชื่อมต่อเศรษฐกิจ และวัฒนธรรม โดยตอนนี้อยู่ในระดับเบตา (คืออยู่ระดับเดียวกับเบรุต ซีแอตเติล ออสโล เคปทาวน์ ฯลฯ)

เมืองนี้ถูกแบ่งออกเป็น 15 เขตและแต่ละเขตก็มีเขตย่อย มีเขตที่ชื่อ Olaya เป็นเสมือนหัวใจของเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยศูนย์การค้า ตึกระฟ้า และองค์กรมูลนิธีต่างๆ ในขณะที่มีย่านที่เก่าแก่สุดคือ Al-Bathaa ส่วนเขตที่ราชวงศ์อาศัยอยู่ชื่อ Annasriyyah

สภาพอากาศในริยาดเป็นแบบทะเลทรายเขตร้อน มีฤดูร้อนที่ร้อนและแห้ง ชนิดที่ว่าสุดขั้ว มีฤดูหนาวที่อบอุ่น และถูกพายุทรายโจมตีบ่อยครั้ง บางเดือนก็จะมีฝนตกจนถึงขั้นน้ำท่วมเลยก็มี

ริยาดเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค Najd (ที่ราบสูงตอนกลางซาอุ) และมีเอี่ยวในปวศ.ของภูมิภาคนี้มานานพอสมควร กระนั้นก็เด็กอยู่ดี

ชื่อริยาดแปลได้ว่า “ทุ่งหรือสวนผลไม้” อาจเพราะแถวนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่อดีต จึงกลายเป็นทำเลสร้างเมืองที่ดีในที่สุด



ประวัติเมือง :

 

นานมาแล้ว ดินแดนที่เป็นริยาดถูกกล่าวถึงครั้งแรกในยุคก่อนอิสลามว่า Hajr ก่อตั้งโดยชนเผ่าอาหรับโบราณชื่อBanu Hanifa    

Hajrทำหน้าที่เป็นเมืองเอกให้กับจังหวัดAl-Yamama ซึ่งเป็นเขตที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลจัดการแถบนั้นในยุคสมัยของราชวงศ์อุมัยยัดและอับบาสิด ตอนนี้ก็ยังมีชื่อเรียกนี้ใช้อยู่ในบางพื้นที่ของริยาด

Al-Yamamaแยกตัวออกจากอับบาสิดในปี866 แล้วก็ตกไปอยู่ใต้การปกครองของราชวงศ์อาหรับอีกอัน คือ Ukhaydhirites ซึ่งราชวงศ์นี้ย้ายเมืองหลวงจาก Hajr ไป Al-Kharj (ปัจจุบันอยู่ทางใต้ของริยาดไป77กิโล) เมืองถูกทอดทิ้งไปยุคนึง จนในศตวรรษที่14 นักเดินทางจากมาเกร็บได้บันทึกว่าเขาได้มาเยี่ยมเยือน Hajr ระหว่างเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ เมืองแห่งต้นไม้และลำคลอง และผู้ปกครองเป็นชาวอาหรับโบราณเผ่าเดิมที่ค้นพบเมืองนี้

ต่อมาHajrก็แยกตัวออกมาอีก และในศตวรรษที่17 พื้นที่ตรงนั้นถูกเรียกว่า ริยาด แทน โดยมีDeham ibn Dawwas ผู้ลี้ภัยจากหมู่บ้านข้างเคียง เป็นผู้ปกครอง เขาสร้างกำแพงล้อมรอบริยาด

ในปี1744 Muhammad ibn ʿAbd al-Wahhab ร่วมมือกับ Muhammad ibn Saud (ผู้ปกครองเมืองDiriyah ตอนนี้เป็นเขตในริยาดทางตะวันออกเฉียงเหนือ) ทั้งสองร่วมมือกันรวมเมืองในแถบนั้นเป็นรัฐอิสลามใหม่ Ibn Dawwasผู้นำริยาดในขณะนั้นก็รวบรวมเมืองข้างเคียงที่ตนปกครองต่อต้าน แต่พ่ายแพ้ ริยาดจึงตกเป็นของเผ่าซาอุดิใน1774 หลังจากสงครามยาวนาน นำไปสู่การประกาศตนเป็นเอกราชของรัฐซาอุดิแรก (เมืองหลวงเป็นDiriyah)

รัฐซาอุดิแรกถูกทำลายลงโดยกองกำลังที่ส่งมาจากมูฮัมหมัดอาลีแห่งอียิปต์ในนามของจักรวรรดิออตโตมัน และยึดเมืองหลวงDiriyahได้ในปี1818 ต่อมาในปี1823 Turki bin Abdullah ก่อตั้งรัฐซาอุดิที่สอง คราวนี้เลือกริยาดเป็นเมืองหลวง แต่เพราะปัญหาภายในก็ทำให้รัฐซาอุดิที่สองอ่อนแอและถูกยึดครองโดยAl rashid ราชวงศ์คู่อริ ในปี 1891 แต่มีบันทึกว่าริยาดตกเป็นของAl Rashidตั้งแต่ปี1865แล้ว โดยปกครองลงมาจากเมืองหลวง ฮาอิล (Ha’il)

แล้วริยาดก็เจอกับผู้ปกครองใหม่อีกครั้งในปี1902 คือ กษัตริย์Abdulaziz ต้นราชวงศ์ของซาอุดิอารเบีย โดยต่อสู้กับกองทัพออตโตมันอย่างหนัก และใช้สงครามกองโจร ทำให้เกิดขบวนการชาตินิยมอาหรับ อยากจะเป็นอิสระจากออตโตมัน ริยาดก็ได้เป็นเมืองหลวงของประเทศนับแต่นั้น และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในปี1919 ราชวงศ์ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่ริยาดหลังปฏิบัติการครอบครองดินแดนซาอุดิอารเบียปัจจุบันแล้วเสร็จ กษัตริย์ต้องการให้ริยาดเป็นเมืองหลวงเมืองศูนย์กลางแบบโมเดิร์น โดยเอาแบบมาจากเมืองอเมริกันที่วางผังเมืองเป็นตารางรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสต่อๆกันเพื่อการจัดการพื้นที่ที่เป็นระบบ โดยเริ่มในปี1953

ตั้งแต่1990มีเหตุก่อความไม่สงบเพื่อประท้วงราชวงศ์อยู่หลายครั้ง เช่น คาร์บอมบ์ ระเบิดพลีชีพ แล้วประกาศว่าเป็นฝีมือของอัลกออิดะห์



นิสัย :

- ยังเป็นคนหนุ่มอายุน้อย มักจะวางท่าทีนิ่งๆ เข้มไว้เสมอ และเนี๊ยบ มักทำเหมือนตนถือไพ่เหนือกว่า ด้วยเหตุเพราะเป็นเมืองหลวงของประเทศที่เรียกได้ว่า มหาอำนาจของภูมิภาค (และแน่นอนว่าHQของหน่วยสืบราชการลับของซาอุอย่าง GIP ก็อยู่ในริยาด) มีความกระหายอำนาจอยู่ลึกๆ แต่มักจะสงวนท่าทีและกระทำการแต่ละอย่างไปตามกลไลการเมือง

- ไม่ชอบให้ใครจับจุดตัวเองได้หรือเห็นความอ่อนแอของตัวเอง มีวิธีเฉไฉหรือแก้สถานการณ์อยู่ตลอด ถึงมันมักจะไม่เนียนก็เถอะ

- เป็นคนอดทนอดกลั้นได้ดีต่อผู้ปกครอง พยายามจะทำตัวใจเย็น โดนคนนู้นคนนี้ปกครองก็พยายามไม่ทำตัวเป็นปัญหา และพอใจกับผู้ปกครองที่ทำให้ตนเจริญขึ้นได้ แต่กลับกันตรงที่ทนไม่ได้ที่จะแหย่คนที่ตนมีอิทธิพลเหนือกว่า

- รู้จักรักษาท่าทีและมีชั้นเชิงการเจรจาเป็นอย่างดี

- รักราชวงศ์ซาอุมากๆ ถ้าประเทศข้างเคียงมีเรื่องกันก็มักจะหนุนฝ่ายกษัตริย์ ด้วยเหตุนี้จึงมักมีเรื่องระหองระแหงกับไคโรเพราะทางนั้นเป็นมหาอำนาจที่เป็นสาธารณรัฐ ทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์ของตัวเองแม้ว่าจะต้องไปเข้าแทรกแซงประเทศอื่นก็ตาม

- หากอยู่ที่บ้านมักจะโพกคัฟฟิเยห์ไว้ตลอดเวลา เพื่อเป็นสัญลักษณ์และหลอนพายุทราย… (?) แต่ถ้าอยู่โรงเรียนก็แล้วแต่โอกาส ถึงจะโพกหรือไม่โพกก็เสยผมอยู่ดี

- ปกติจะสุภาพบุรุษมาก ให้เกียรติผู้หญิงสุดๆ (ถ้าไม่ติดว่าประเทศจะเป็นอริอะไรกันนักหนา) อย่างที่บอกไปแล้วว่ามีมหาวิทยาลัยสตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

- เป็นมุสลิมที่ค่อนข้างเคร่งศาสนา หลีกเลี่ยงการมองผู้หญิงต่างวัฒนธรรมที่ไม่คลุมผ้าจนบางทีก็ดูเสียมารยาท(เช่น เบือนหน้าหนี เดินหนี หลบตา หรือหลับตา) แต่ถ้าเป็นเมืองมุสลิมด้วยกันนี่ มีเอ็ดนะ แต่เผอิญว่าทั้งดามัสกัสและซาน่าก็ไม่กลัวเขาเท่าไหร่

- เป็นคนประเภทที่อย่าได้ทำให้โมโหเลย… ถึงจะไม่แสดงออกมาตรงๆแต่เก็บไปแค้นยาว เพราะบู๊ไม่เก่งจึงมักเล่นงานอริด้วยอิทธิพลหรือราคาน้ำมันมากกว่า

 
 
 
 

ความสัมพันธ์ 

*อาจมาอีดิทเพิ่มเรื่อยๆ---*

 

ภายในประเทศ

Ha’il ฮาอิล - เมืองทางเหนือ เป็นน้องชายริยาด ไม่ถูกกันเล็กน้อยแต่ก็พยายามจะลืมๆความบาดหมางเก่าๆไป (ก็แค่พยายามอยู่น่ะนะ) เคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ Al-Rashid ที่ไม่ถูกกับ Al-saud มาก่อน และเคยได้ปกครองริยาดช่วงหนึ่ง

เมดินา - เป็นพี่ที่เคารพนับถืออย่างมากเชียวล่ะ แต่คงเพราะอยู่ค่อนข้างไกลกันและริยาดก็เพิ่งมาเป็นเมืองเด่นไม่นานมานี้ ก่อนรวมชาติซาอุเลยไม่ค่อยได้มีเอี่ยวกันเท่าไหร่ แต่ตอนเด็กเล็กมากๆสมัยรอชิดีน(632-656) ก็เคยถูกพี่คนนี้ปกครองมาก่อน (ก่อนเปลี่ยนมือไปอยู่ใต้ดามัสกัสกับแบกแดด)

มีรถไฟสายตรงไปถึงเมกกะกับเจดดาห์ เป็นพี่ๆที่ได้เดินทางไปหาและพูดคุยบ่อยๆ

ถึงซาอุจะมีเมืองศาสนาอยู่เยอะแต่ริยาดก็เป็นประเภทที่ตรงข้ามกับเมืองศาสนาทั้งหลาย เป็นผู้ชายที่เคร่งแต่เลือดนักการเมืองก็พุ่งพล่านไม่เบาเหมือนกัน

 
 

ภายนอกประเทศ


บ้านเยเมน 

ซาน่า (เยเมน) - เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย แต่ก็แทรกแซงภายในเยเมนหลายอย่าง พยายามจะมีอิทธิพลเหนือเพื่อกันท่ากับอิหร่าน และก็รู้ดีกว่ายังไงอีกฝ่ายก็ต้องพึ่งตนอยู่ดี ที่เหลือหาอ่านได้จากโปรไฟล์ของคุณซาน่าค่ะ /ผิด

 

 

บ้านโอมาน

มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เช่นเรื่องด้านการค้า แต่ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ซาอุพยายามจะเข้าไปมีอิทธิพลเพื่อคานอำนาจกับอิหร่าน 

 

 
บ้านอียิปต์

ไคโร - ถ้าไม่นับเรื่องระหองระแหงเกี่ยวกับสถาบัน แล้วก็เรื่องที่มูฮัมหมัดอาลีแห่งอียิปต์มาบดขยี้รัฐซาอุแรกตามคำสั่งออตโตมัน สองคนนี้ค่อนข้างจะมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน เซ็นสัญญามิตรภาพกันหลายฉบับมากทั้งที่ไคโรและริยาด ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และซาอุสนับสนุนอียิปต์มากระหว่างทำสงครามอาหรับอิสราเอล

อัสวาน - เคยช่วยออกเงินสร้างเขื่อนอัสวานให้ร้อยล้านดอลลาร์หลังจากที่อเมริกาถอนตัวไป

ระหว่างสงครามอาหรับอิสราเอล ริยาดและซาอุจะไม่ค่อยจะได้ไปช่วยรบเท่าไหร่และเรื่องเงินสนับสนุนและกดราคาน้ำมันโลก

อย่างระหว่างสงครามเดือนตุลาหรือสงครามยมคิปปูร์(อียิปต์กับซีเรียตีกับอิสราเอล) ริยาดก็เป็นตัวตั้งตัวตีนำกลุ่มโอเป็คให้ลดการผลิตน้ำมันและมีการห้ามขายน้ำมันให้กับประเทศที่สนับสนุนอิสราเอล อย่างอเมริกา แล้วขยายไปห้ามส่งออกไปเนเธอร์แลนด์และประเทศอื่นๆ ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานปี1973

โดยรวมแล้วก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

 

บ้านอิหร่าน

ซาอุและอิหร่านมีความสัมพันธ์ทางการทูตครั้งแรกในปี 1929 แต่ไม่ค่อยจะกระเตื้องเท่าไหร่เมื่ออิหร่านกับซาอุอยู่คนละนิกายและอิหร่านยอมรับเอกราชของอิสราเอล แล้วหลังปฏิวัติอิสลาม โคไมนีปราศรัยโจมตีนิกายวาฮาบีของซาอุ และกล่าวว่านครเมกกะอยู่ในเงื้อมือของคนนอกศาสนา ทำเอาความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งคู่ยุติไปจนถึงปี1991 แล้วในสงครามอิรักอิหร่าน ซาอุก็ช่วยเหลืออิรักสุดๆ ตอนนี้ก็เป็นเหมือนสองมหาอำนาจที่คุมๆเชิงกันอยู่ในภูมิภาค

สรุปได้ว่าไม่ถูกกันเท่าไหร่ ไม่ชอบ...

 

บ้านอิรัก

ริยาดมักจับตามองดูว่าปัญหาในประเทศนี้จะคุกคามตนไหมเป็นอันดับแรก ทั้งสองบ้านไม่ค่อยชอบและระวังอิหร่านอยู่เหมือนกัน และช่วยสนับสนุนการโค่นล้มซัดดัม แต่ก็เพราะงั้นแหละ ซาอุไปเข้าพวกกับอเมริกาในการถล่มอิรักโดยยอมให้ทหารอเมริกาเข้ามาใช้ฐานในประเทศ

 

บ้านอิสราเอล

ไม่ชอบจนถึงขั้นเกลียด ริยาดสนับสนุนอาหรับ แต่กับเยรูซาเลมก็อีกกรณีเพราะเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาเหมือนกัน

 
บ้านจอร์แดน

อัมมาน - ระหว่างสงครามอ่าวทำเอาความสัมพันธ์ตึงๆกันไป และแม้จะปกครองระบอบกษัตริย์เหมือนกันแต่ราชวงศ์ฮัชไมท์ของจอร์แดนก็เคยปกครองในแถบ Hejaz มาก่อนแต่ตนนี้กลายเป็นของซาอุ

 

บ้านซีเรีย

ราชวงศ์ซาอุค่อนข้างจะเป็นมิตรกับครอบครัวอัซซาด แต่เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองซีเรีย ทางซาอุก็โดนกล่าวหาว่าสนับสนุนด้านอาวุธกับฝ่ายกบฎ เป็นความสัมพันธ์ที่คุมๆเชิงกันอยู่ แล้วริยาดก็เคยถูกปกครองโดยอุมัยยัดที่เมืองหลวงอยู่ดามัสกัสมาก่อน จึงค่อนข้างจะเกรงใจดามัสกัสอยู่

 

บ้านตุรกี

ช่วงที่เป็นออตโตมันไม่ถูกกันเท่าไหร่ เพราะชาวอาหรับยังไงก็ไม่ชอบให้เติร์กมาปกครอง และการต่อสู้ของราชวงศ์ซาอุปัจจุบันกับพวกเติร์กก็เป็นชนวนของลัทธิชาตินิยมอาหรับด้วย แต่เมื่อกลายมาเป็นตุรกีทั้งสองบ้านนี้ก็ค่อนข้างมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน

 

บ้านไทยแลนด์ - แบบว่าหลายคดีเหลือเกิน ห่างกันไปสักพักดีกว่านะตะเอง






ที่มา

http://www.riyadh.gov.sa/en/pages/riyadhcity.aspx

http://en.wikipedia.org/wiki/Timeline_of_Riyadh_history

http://en.wikipedia.org/wiki/Riyadh

http://www.shariahprogram.ca/articles/Malfunctioning-Wardrobes.shtml

http://en.wikipedia.org/wiki/Nejd

http://en.wikipedia.org/wiki/Foreign_relations_of_Saudi_Arabia

 
 
 
NL ONLY 
 
ติดต่อได้ทาง ems. และ @EWAW_Riaz 
 

Comment

Comment:

Tweet

รหัสประจำตัวคือ 141003 นะคะ

#1 By Exteen World Academy on 2014-04-25 17:03